วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี หลายๆ คนนิยมหันมารับประทานวิตามินซี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี หลายๆ คนนิยมหันมารับประทานวิตามินซี หรืออาหารเสริมอื่นๆ มากขึ้น เพื่อความสวยความงาม บางคนถึงขนาดลงทุนฉีดวิตามินก็มีเพราะอยากมีผิวสวยใส ถึงแม้วิตามินซีจะมีอยู่ผักผลไม้หลายชนิดก็ตามแต่สำหรับคนที่ไม่ชอบรับทานผักผลไม้บางชนิดซึ่งมีวิตามินซีสูงจึงหันมากินวิตามินซีที่มีขายอยู่ทั่วไป จนอาจจะทำให้มองข้ามความปลอดภัยจากการรับประทานวิตามินซีมากเกินไป วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับประโยชน์ของวิตามินซี และ โทษของวิตามินซี ว่ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นเองได้และร่างกายยังไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินซีได้เนื่องจากวิตามินซีนั้นเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
วิตามินซี
วิตามินซีเม็ด
ประโยชน์ของวิตามินซี
– มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น และแข็งแรงวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
– ช่วยรักษาแผลเป็น และแผลต่างๆให้หายเร็วขึ้น เช่น แผลสด แผลไฟไม้
– สามารถช่วยชลอความเสื่อมของร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นตัวสร้างคอลลาเจน
– มีสารต่อต้านโรคภูมิแพ้ สามารถบรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้นได้ บรรเทาอาการแพ้
– หากทานวิตามินซีร่วมกับ กรดแพนโทเธนิค (Pantothenic Acid) จะช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้
– ช่วยป้องกันและรักษา เลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด หรือแม้กระทั่งสามารถป้องกันหวัดได้
– ลดการอักเสบจากการติดเชื้อ
– หากรับประทานวิตามินซีร่วมกับวิตามินอี จะช่วยลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังเส้นเลือดได้
– ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ
โทษของวิตามินซี
– ถึงแม้วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้งานได้และหากได้รับวิตามินซีมากเกินไปก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะก็ตาม แต่หากรับประทานวิตามินซีจำนวนมากติดต่อกันหลายวัน ก็อาจจะทำให้มีอาการท้องเสีย กระเพาะอาหารระคายเคืองได้
– หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณมากจนเกินไป อาจนำไปสู่โรคเกาต์ได้ เนื่องจากวิตามินซีทำหน้าที่เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมธาตุเหล็กตามข้อกระดูก
– มีอัตราความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไตมากขึ้น วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีนั้นต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคลด้วย โดยที่สามารถแบ่งประเภทของการออกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก
1. แอนาแอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เป็นการระเบิดพลังงานในเวลาสั้นๆ เช่น การเล่นเวทหรือ ยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นมัดกล้ามเนื้อขาวซึ่งจะระเบิดออกกำลังกายลดน้ำหนักพลังงานสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ พลังงานที่เผาผลาญไม่ใช่ไขมัน แต่จะเป็นพลังงานสะสมที่ร่างกายเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ ซึ่งในระยะยาวกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ (Weight Training) จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆหรือนอนหลับ
2. แอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน เป็นการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้ คือมัดกล้ามเนื้อแดง ซึ่งจะเน้นความทนทาน
ดังนั้นถ้าบุคคลนั้นๆจะต้องการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนและไขมัน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค ออกกำลังกายลดน้ำหนัก โดยที่สามารถเลือกชนิดกีฬาหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย โดยเน้นการออกกำลังกายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างน้อย 30 นาที และออกกำลังกายอย่างน้อย 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครับ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว วิตามินซีก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ

วิตามินผิวขาว วิตามินซีก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เราจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากการรับประทาน ซึ่งวิตามินซีจะมีหน้าที่หลักในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากกระบวนการในร่างกาย หรือจากมลภาวะ สิ่งแวดล้อมก็ตาม จะทำให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสภาพ หรืออาจเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว วิตามินซีจะทำหน้าเป็นตัวช่วยในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื้อที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ และเส้นเลือดให้แข็งแรง เส้นเลือดไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้น และยังช่วยลดการเกิดริ้วรอย รอยด่างดำ ลดรอยสิว อื่น ๆ เป็นต้นได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อร่างกายวิตามินผิวขาว

วิตามินซีช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น และช่วยป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล
วิตามินซีจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากผักที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
วิตามินซีจะช่วยให้ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง และทำให้ผิวหนังแข็งแรงวิตามินผิวขาว
วิตามินซีจะช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง
บทบาทของวิตามินซีในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื้อที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ และเส้นเลือดให้แข็งแรง เส้นเลือดไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงทำให้ผิวขาวใสขึ้น และยังช่วยลดการเกิดริ้วรอย รอยด่างดำ ลดรอยสิว อื่น ๆ เป็นต้นได้เป็นอย่างดี วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแล

รอยแตกลาย คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแล เรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่าย ๆ มาฝากค่ะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหาร

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผิวแตกลายรอยแตกลาย

กินไข่ขาว

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์รอยแตกลาย

สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้

ผิวแตกลาย

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด

ใช้ครีมบำรุงที่จ่ายโดยแพทย์

ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมบำรุงที่ใช้อยู่จะเหมาะกับผิวหรือจะได้ผลจริงหรือไม่ ให้ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้นะคะ แต่ครีมที่แพทย์จ่ายมาควรจะมีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิวด้วย

ใช้น้ำมันจากธรรมชาติ

รู้หรือไม่ว่า พวกน้ำมันจากธรรมชาตินี่แหละที่เป็นไอเทมบำรุงผิวที่ดีมาก ๆ เพราะมันสามารถช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ น้ำมันธรรมชาติที่สาว ๆ หลายคนนิยมเลือกมาบำรุงผิวแตกลาย ก็คงจะเป็นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวใช่ไหมล่ะคะ แต่นอกจากนี้คุณสามารถเลือกน้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันอะโวคาโด และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์มาบำรุงผิวแตกลายได้ด้วย

ผิวแตกลาย

น้ำมะนาว

น้ำมะนาวเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ดีเท่ากับการรักษาสิวและรอยแผลเป็น มันจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้อาการแตกลายบนผิวหายไปได้อย่างรวดเร็ว

เลเซอร์รักษารอยแตกลาย

สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนอยากให้ปัญหาผิวแตกลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเลือกทำ Fraxel Laser เพื่อแก้ปัญหาผิวแตกลายก็ได้นะคะ แต่การทำครั้งเดียวก็คงไม่เห็นผล ควรจะทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็แพงใช่เล่นเลยนะ
สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวแตกลายอยุู่ ก็ลองเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับตัวเองดูนะคะ แต่หากใครที่ยังไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อน ก็ควรดูแลตัวเองและดูแลอาหารการกินดี ๆ ล่ะ ผิวจะได้สวยใสไร้ปัญหาไปตลอดเลยยังไงล่ะ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน การเกิดน้ำมันส่วนเกิดและสิวก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง

กระชับรูขุมขน  การเกิดน้ำมันส่วนเกิดและสิวก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดรูขุมขน น้ำมันส่วนเกินนั้นจะเกิดการกระตุ้นโดยฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนในเพศชายในช่วงวัยรุ่นมีปริมาณที่มาก และเมื่อผิวต้องรับมือกับการหลั่งน้ำมันที่ได้ผลิตออกมาในปริมาณที่มากเกินไป ฉะนั้นจึงทำให้เกิดรูขุมขนที่มนขนาดว้างมากขึ้น เป็นเพราะการเพิ่มความสามารถในการขจัดน้ำมันออกไปให้มาก และวันนี้เรามีวิธีการกระชับรูขุมขนมาฝากหลายๆ วิธีค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน
กระชับรูขุมขน ขั้นแรกเลยนะค่ะให้นำแตงกวามา 1 ลูก จากนั้นให้ฝานและยีจนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาผสมกับเลมอน 2-3 หยด แล้วนำมามาส์บนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ในส่วนของแตงกววานั้นมีสารทำให้เย็นจึงสามารถช่วยในการลดรูขุมขนได้ และเลมอนช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอบนใบหน้า อีกทั้งยังช่วยให้ผิวที่ตายแล้วหลุดออกจากผิวหนังได้อีกด้วย

วิธีการกระชับรูขุมขนด้วยแตงกวาและน้ำผึ้งกระชับรูขุมขน

ขั้นตอนแรกเริ่มจากการนำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้นแล้วนำแตงกวาประมาณ 2-3 ชิ้น มาปั่นรวมกันกับน้ำผึ้งจนละเอียดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าแล้วทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที หรือรอจนกว่าจะแห้ง แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาด คุณจะรูสึกได้เลยว่าหน้าจะเต่งตึงและกระชับขึ้น

กระชับรูขุมขนด้วยมาส์กมะเขือเทศ

ขั้นตอนแรกให้หั่นมะเขือเทศออกเป็นสองส่วน จากนั้นให้นำส่วนด้านในมาถูกับผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด มาส์กนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวสีหรือผิวมัน และมาส์กนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยนะค่ะ

วิธีการกระชับรูขุมขนด้วยผักกาดขาวและมะนาว
ผักกาดขาวและมะนาว นอกจากจะใช้ในการประกอบอาหารได้แล้วยังสามารถใช้ในการกระชับรูขุมขนได้ด้วย และวิธีการทำคือนำผักกาดขาวสองถึงสามใบมา แล้วนำไปบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำน้ำมะนาวที่คั้นไว้แล้วไปผสมกับผักกาดขาวที่บดเอาไว้แล้วประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

ลดหน้าท้อง ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจมาฝากกันไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวสาวที่อยากมีหุ่นฟิตเฟิร์มแต่ขี้เกียจออกกำลังกายกันบ้างล่ะค่ะ เพราะเชื่อว่าแม้จะอยากหุ่นดีขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายแล้ว คำว่าขี้เกียจก็มักจะผุดขึ้นมาขัดขวางการฟิตหุ่นสวยของสาวๆ อยู่เรื่อย และเพื่อไม่ให้คำว่าขี้เกียจมาทำลายความฝันที่จะมีหน้าท้องแบนๆ ซิกแพคสวยๆ ของสาวๆ เราเลยไม่พลาดจะนำท่าพิลาทีสลดหน้าท้อง ที่ทำได้ง่ายๆ แถมใช้เวลาแค่ 2 นาทีมาฝาก ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง หน้าท้องแบนราบใน 2 นาที! ด้วย 5 ท่าลดพุงย้อย เหนื่อยน้อย แต่หุ่นเป๊ะมาก!

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretchลดหน้าท้อง

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscrossลดหน้าท้อง

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้าย

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้งลดหน้าท้อง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหู

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะ

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ นอกจากนี้การปล่อยให้หายไปเองตามธรรมชาติ

สิวอักเสบ  นอกจากนี้การปล่อยให้หายไปเองตามธรรมชาติ ยังอาจทื้งรอยดำไว้บนใบหน้า ต้องมานั่งรักษาอีก ดังนั้นทางที่ดีคือป้องกันไม่ให้เกิดสิว แต่ถ้าเป็นแล้วต้องรีบรักษาให้เร็วที่สุด เพื่อหน้าของเพื่อนๆจะได้ใสตลอดเวลา สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบคืออะไรกันแน่
บอกก่อนว่าสิวมี 2 ประเภทใหญ่ๆก็คือ สิวอุดตัน และสิวอักเสบ ในส่วนของสิวอักเสบก็คือสิวอุดตันที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งพัฒนาด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถปล่อยเอนไซม์ทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ สิวอักเสบจะมีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดง ถ้าอักเสบมากก็จะมีหนองร่วมด้วย มีได้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สิว

สิวอักเสบ เกิดขึ้นจากอะไร
ตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ เกิดจากสิวอุดตันที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียเข้าไปทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ แต่สาเหตุที่แท้จริงก็คือสาเหตุเดียวกับการเกิดสิวอุดตัน นั่นคือมีทั้งปัจจัยภายใน เช่น ฮอร์โมน กรรมพันธุ์ และปัจจัยภายนอก เช่น สภาพแวดล้อมรอบตัวอย่าง มลพิษ ฝุ่นควัน ทำให้หน้ามันเกิดการอุดตันที่ต่อมใต้ผิวหนัง และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล อย่างเรื่องของการรักษาความสะอาดนั่นเอง

วิธีการป้องกัน
วิธีรักษา และการป้องกันในการไม่ให้เกิดสิวอักเสบง่ายๆคือ หลีกเลี่ยงสาเหตุการเกิดสิว พูดแบบนี้ดูกว้างใช่ไหมคะ งั้นจะยกตัวอย่างเป็นข้อง่ายๆให้เพื่อนๆฟังกันนะค่ะสิวอักเสบ

1. อย่าบีบ แกะ จับ หรือเกาใบหน้า – ซึ่งข้อนี้สำคัญที่สุดเลย เนื่องจากมือเราเป็นแหล่งเชื้อโรค และแบคทีเรีย ถ้าเอามือไปยุ่งกับใบหน้าเยอะก็เท่ากับเพิ่มโอกาสการติดเชื้อให้กับสิวอุดตัน กลายไปเป็นสิวอักเสบนั่นเอง

2. หลีกเลี่ยงมลพิษ – หมายความรวมถึงฝุ่นละอองจำนวนมาก ควันจากการเผาขยะ เพราะเหล่านี้แหละแหล่งของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขนเกิดเป็นสิวอุดตัน รอการพัฒนาต่อไป

3. ระวังเรื่องเครื่องสำอางค์ – เพื่อนๆอย่าแช่เครื่องสำอางค์ไว้บนหน้านาน เสร็จธุระแล้วต้องล้างออก และพยายามอย่าเลือกใช้เครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเยอะ

*** 4. ทำความสะอาดหน้า – หากแต่งหน้าควรใช้เมคอัฟรีมูฟเวอร์เช็ดเครื่องสำอางออกก่อนเสมอ เพราะเครื่องสำอางบางอย่างไม่สามารถล้างออกได้ด้วยสบู่หรือโฟม เช็ดเครื่องสำอางแล้วค่อยล้างตามด้วยโฟมหรือสบู่ ถ้าผิวแห้ง-ผสมแนะนำให้ใช้โฟม ถ้าผิวมันสามารถใช้สบู่ได้ หลังจากล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมแล้วขั้นตอนนี้จะทำให้รูขุมขนของเราเปิด ดังนั้นขั้นตอนสุดท้ายควรปิดกระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์เพื่อลดและป้องกันไม่ให้มีสิ่งอุดตันเข้าไปในรูขุมขนจนเกิดเป็นสิวอุดตันได้อีก

วิธีการรักษา
LPB ไนท์ครีม สูตรใหม่เพิ่มประสิทธิภาพช่วยให้สิ่งอุดตันใต้ชั้นผิวกดออกง่ายขึ้น พร้อมทั้งสมานแผลที่เกิดจากสิว และยังรักษารอยแดงที่เกิดจากสิวได้อีกด้วย เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ผิวจะเนียนใสจากภายในสู่ภายนอก ปัญหาสิวจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับคะ

แบ่งการรักษาตามระยะของสิวอักเสบดังนี้

1.มีหัวหนองให้เห็นแต่ยังไม่สุก > รอให้สิวสุก ให้พอกไนท์ครีมเพิ่มบริเวณที่เป็นสิวทิ้งไว้ทุกคืนคะ เมือหัวสิวสุกให้กดเอาหัวสิวออกให้หมดแล้วใช้โทนเนอร์เช็ดฆ่าเชื้อกระชับรูขุมขนแล้วใช้ไนท์ครีมพอกทิ้งไว้ทุกคืนเช่นเดิม

2.ไม่มีหัวหนองให้เห็น มีแต่รอยนูนแดง เป็นไตแข็งๆ เจ็บเป็นอยู่นาน หัวสิวก็ยังไม่โผล่ ให้ไนท์ครีมแต้มพอกก่อนนอนทุกวัน หรือพอกไ้ด้ตลอดเวลาถ้าไม่ได้ออกจากบ้าน

3.ขณะแผลกำลังตกสะเก็ด ห้ามแกะ เพราะจะทิ้งรอยดำไว้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

หากเป็นสิวอักเสบมากแนะนำพบแพทย์เพื่อรับยาแก้อักเสบหรือยาฆ่าเชื้อรักษาร่วมด้วยคะ

หมายเหตุ
ยาแก้อักเสบของหมอ รักษาได้กรณีการอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ
แต่ถ้าการอักเสบเกิดจากการบีบ แกะและหัวสิวออกไม่หมดก็มักจะไม่ได้ผลต้องรอให้หัวสิวโผล่แล้วกดออกอย่างเดียวคะ สิวอักเสบ.

วิตามินซี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 18

วิตามินซี  เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 18 มีการสังเกตว่าพวกทหารเรือที่มีการรอนแรมออกเดินเรือไปในทะเลเป็นเวลานานๆ ซึ่งมักจะขาดแคลนพวกผักสดผลไม้สด จะป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด และสุขภาพไม่ค่อยดี มีอาการอ่อนเพลีย อยู่บ่อยๆ แต่ก็มีคนสังเกตเห็นว่าจะไม่พบอาการดังกล่าวในทหารเรือที่รับประทานมะนาวเป็นประจำ วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี และเมื่อต่อมาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น ในปี 1982 ก็สามารถหาสารอาหารสำคัญที่เป็นต้นเหตุของโรคดังกล่าวได้ว่าสารที่พวกทหารเรือขาดไปคือ “กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid)” ซึ่งมันมีฤทธิ์สามารถช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ ในปัจจุบัน กรดแอสคอร์บิค ก็ถูกรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อของ “วิตามินซี” และมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลถึง 2ครั้ง และมีอายุยืนยาวมากกว่า 90 ปีแม้จะป่วยเป็นโรค มะเร็ง มายาวนานถึง 20 ปีก็ตามคือ Dr.Linus Pauling ชาวเมืองพอรต์แลนด์ ได้เคยพูดไว้ว่า เหตุที่เขาสามารถมีสุขภาพดีและสามารถชะลอการลุกลามของโรค มะเร็ง ในตัวได้นานกว่า 20 ปี ก็เนื่องจาก วิตามิน และ เกลือแร่ ที่เขารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินซี ซึ่งหลังจากที่เขารับประทานขนาดสูงทุกวัน เขาก็ไม่เคยเป็นหวัดอีกเลย Dr.Linus Pauling เริ่มรับประทาน วิตามินซี ชนิดเม็ดตั้งแต่อายุ 40 ปี และเพิ่มขนาดสูงถึง 18,000 มิลลิกรัม เมื่อรู้ว่าตนเองเป็น มะเร็ง ตั้งแต่อายุได้ 64 ปี เขายืนยันว่ามันช่วยให้ มะเร็ง ในร่างกายสงบลง

ประโยชน์ของวิตามินซี
เราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น

นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีก คือ

-วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21% แต่ก็ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

-วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจาก วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ในทางกลับกันการขาด วิตามินซี ก็สงผลให้แผลให้ได้ช้าลงเช่นกัน

-หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

-เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

-เนื่องจาก วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง ได้ มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยว วิตามินซี กับการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง

-ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซี สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก มีการศึกษาอันหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77%

-บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้นวิตามินซี

-ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น

-ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10 วิตามินซี.

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย (Crows magazine) แต่ไหนแต่ไรมาจะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวมักห่วงเรื่องความหล่อความสวย ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ไม่มีใครยอมที่จะหยุดพัฒนาความงามของตัวเองกันเลย ยังอยากที่จะเสริมนั่นเติมนี่ เพื่อแก้จุดด้อยอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วก็คงหาได้ยากสำหรับท่านที่คิดว่าพอแล้วกับรูปร่างหน้าตาในปัจจุบัน ถ้ามีเงิน… ฉันก็ยังจะทำโน่นนี่นั่นอยู่ดี อย่าเถียงนะคะว่าคุณเองไม่เคยคิด นี่แหละค่ะที่ทำให้สถานเสริมความงาม สถานแก้ไขจุดบกพร่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก้ไขปมด้อย ถือกำเนิดเติบโตขึ้นเร็วมาก ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน วันนี้จะนำวิธีลดความอ้วนอันเป็นปมด้อยของผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แบบไม่เสียเงินที่มีอยู่น้อยนิด มาแนะนำกันค่ะ

ว่าไปคนอ้วนนี่ก็แปลก เวลาปกติคิดว่าตัวเองอ้วนตลอดเวลา ยกเว้น “เวลากิน” นี่ลืมไปเลยว่าอ้วน และบางครั้ง “ความอ้วน” ก็ทำให้เราพลาดในอะไรหลาย ๆ สิ่ง เห็นด้วยไหมคะ? ถ้าเห็นด้วยมาลดน้ำหนักกันดีกว่าค่ะ จำไว้อย่างนะคะว่า การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ แม้ได้ผลช้า แต่ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และยังได้ผลที่ถาวรกว่าวิธีเร่งด่วนอีกด้วยค่ะ ฉะนั้น เรามาตั้งใจ และมุ่งมั่นไปด้วยกันนะคะลดความอ้วน
1.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการลดน้ำหนัก โดยอาจจินตนาการว่า คุณต้องการมีรูปร่างอย่างไร และต้องการลดกี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ อย่าใจร้อนรีบลดจนเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลก็คือ ความรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นน้ำหนักตัวไม่ขยับลงอย่างที่ควรจะเป็น

2.เพิ่มปริมาณน้ำ น้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายด้วย

3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ (ย้ำว่าครบทุกมื้อ) ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทานเกินขนาดในมื้อต่อไป

ทานข้าวกล้อง แทนข้าวสวย

ทานข้าวโอ๊ต แทนซีเรียลลดความอ้วน

เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ แทนน้ำสลัดธรรมดา

ทิ้งอาหารขยะไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก

ทานของหวาน ของมัน ของทอด ให้น้อยลง โดยกำหนดว่าจะทานกี่ครั้งต่อสัปดาห์

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ทานช้า ๆ จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น

ทานมังสวิรัติ 1 วัน/สัปดาห์ มาทานผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

อย่าเอาอะไรเข้าปากหลังสองทุ่ม

4.ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย และไม่เครียด เนื่องจากมีแนวโน้มว่า คนที่มีความเครียดเป็นประจำ มักจะทานอาหารมากกว่าปกติ และทานจุบจิบบ่อย ๆ

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ คุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งในขณะที่ทำงาน หรืออยู่บ้าน เช่น หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็สามารถขยับต้นคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลุกขึ้นบิดตัวไปมาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียน หรือทำงานบ้านด้วย ลดความอ้วน.

ลดต้นขา เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ

ลดต้นขา  เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัว

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บลดต้นขา

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะลดต้นขา

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือ

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดต้นขา.