วิตามินบำรุงผิว หลายคนคงรู้จักกันดีแล้วเนอะ

วิตามินบำรุงผิว หลายคนคงรู้จักกันดีแล้วเนอะ วิตามินซีเชื่อว่าหลายคนกินมานานแล้วเหมือนกัน มันช่วยเรื่องภูมิต้านทาน ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด ร่างกายแข็งแรง หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วบางคนก็บอก ช่วยให้ผิวขาวใส บางคนก็บอกไม่เห็นผลเรื่องผิวมาดูกันก่อน ว่ามันช่วยเรื่องอะไรบ้าง วิตามินบำรุงผิว.

วิตามินบำรุงผิว

วิตามินบำรุงผิว ประโยชน์ของวิตามินซีวิตามินบำรุงผิว

– วิตามินซีช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด

– วิตามินซีช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเนื่องจากวิตามินซีช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล

– ช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรงโดยวิตามินซีจะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

– เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็งได้วิตามินบำรุงผิว

– ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจกเนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ

– บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัสทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ

ประโยชน์ของวิตามินซีที่ดีกับร่างกายและผิว

1.ช่วยยับยั้งการลำเลียงเม็ดสีขึ้นไปบนผิวหนัง ผิวจะกระจ่างใสขึ้น

2.ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนจึงช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นได้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

3.วิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากกันรังสียูวีได้
ผลจากการทาน ร่างกายเเข็งแรง ร่างกายมีภูมิต้านทานเยอะขึ้น เวลาอากาศเปลี่ยน หรือ เข้าหน้าหนาว ก็ไม่ค่อยเป็นหวัด เมแทบจะไม่เป็นเลย จริงๆเมเป็นภูมิแพ้อากาศด้วย แบบว่าแสบคอง่ายเป็นหวัดง่าย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเป็น วิตามินบำรุงผิว.

ขาลาย เคล็ดวิธีเปลี่ยนขาลายๆให้สวยงามน่ามอง

ขาลาย เคล็ดวิธีเปลี่ยนขาลายๆให้สวยงามน่ามอง วันนี้แอดมินเลยขอจัดไปอย่าได้เสีย แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าวิธีที่แอดมินนำมารีวิวให้ได้อ่านขาไม่ลายกันนั้นเป็นวิธีง่าย ราคาถูก ทำได้ไม่เจ็บ แต่ต้องใช้เวลาในการทำและความสม่ำเสมอนะคะ อย่าใจร้อนค่ะมาแน่ๆขาสวยๆ ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย

1. วิธีนี้นะคะเพื่อนๆ เป็นวิธีแบบภูมิปัญญาชาวบ้านเลย วัตถุดิบก็หาได้ทั่วไปในตลาด คือ มะกรูดนั่นเองค่ะ ให้นำเอาผลมะกรูดมาผ่าครึ่ง แล้วเอามาขัดให้ทั่วพื้นที่ ที่มีริ้วรอย ทำแบบนี้ทุกวัน ผิวขาของคุณจะค่อยๆ เนียน และลบเลือบจุดต่างๆ ให้จางลงและหายไปในที่สุด อาจจะใช้เวลาและควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอนะคะรับรองค่ะขาสวยๆอยู่ใกล้แค่เอื้อมขาลาย

2. วิธีนี้ก็ง่ายๆภูมิปัญยาไทยเหมือนเคย ให้นำเอาขมิ้นสดมาบดให้ละเอียด หรือขมิ้นผงก็ได้ มาผสมน้ำเปล่านิดนึง แล้วขาไม่ลายใช้พอกขาทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นก็เอาใยบวบชุบน้ำมาขัดให้ทั่วแล้วล้างออก ผิวของคุณจะเนียนนุ่ม และจุดด่างดำ รอยลายต่างๆ ที่เกิดบนขาของเราค่อยๆ จางลง ทำเป็นประจำได้เลย คุณจะเห็นผลที่น่าประทับใจเลยล่ะค่ะขาลาย

3. สูตรนี้เป็นสูตรผสมค่ะ สวนผสมก็ง่ายๆ เพียงเพื่อนๆ เอาน้ำมะนาวกับดินสอพองมาผสมกันให้เป็นน้ำข้นๆ แล้วทาบริเวณที่ขาลาย 15 – 20 นาที จากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ ใช้ใยบวบขัดด้วยจะยิ่งดีมาก ทำแบบนี้วันเว้นวัน หรือ 3 วันต่อครั้ง จะช่วยรักษาขาลายๆให้คุณได้แน่นอน

4. สูตรนี้เป็นสูตรยาแผนปัจจุบันนั่นก็คือ ทาโลชั่นแก้ขาลายค่ะ วิธีนี้ก็ได้ผลดีเหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะคนที่ขาลายมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อโตเป็นสาวขึ้นมาแล้วอยากมีขาเนียนใส ก็ให้ไปหาซื้อมาใช้ได้เลย หากว่าอยากทราบว่ายี่ห้อไหนใช้ได้ดี ก็ลองค้นหาในกูเกิ้ลได้ หรือลองเสริจดูตามเวบความสวยความงามต่างๆค่ะ พิจารณาดูให้นี้เพราะว่ามีหลายตัวมากวางจำหน่ายอยู่ ลองเลือกมาใช้ตามความสะดวกได้เลยค่ะขาลาย.

แขนลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับที่มาของปัญหาแขนลาย

แขนลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับที่มาของปัญหาแขนลาย พร้อมกับวิธีป้องกันอย่างง่ายๆที่ควรทำตาม และควรระมัดระวัง เพื่อให้คุณสาวๆ ได้มีเรียวแขนที่เนียนสวยกัน แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดจากอะไร
แขนลายนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีสาเหตุใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้

1. ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่ปกติ ทำให้เมื่อถูกยุง หรือแมลง กัดต่อยจึงมักจะเกิดอาการแพ้ เมื่อทำการเกาก็จะยิ่งทิ้งรอยแผลเป็นด่างดำเอาไว้บนแขนมากยิ่งขึ้น สำหรับบางคนที่แพ้มาก ถึงแม้จะไม่ได้ทำการเกา แต่กลับเกิดรอยด่างดำเหลือทิ้งเอาไว้เมื่อตุ่มที่เกิดจากการกัดเหล่านั้นหายไปก็มีเช่นกัน

2. รอยแผลเป็นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับคนที่ชอบทำกิจกรรมผาดโผน ผจญภัย หรือเล่นกีฬาบ่อยๆ สำหรับบางคนอาจจะมีพฤติกรรมเหล่านั้นตั้งแต่สมัยตอนเป็นเด็ก แต่อาจจะยังคงมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่แขนลาย

3. แพ้อากาศหรือฝุ่น เมื่อนั่งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากๆ ในเวลาไม่นานกลับมีอาการผดผื่นคันเกิดขึ้น แต่หลังจากที่อาการเหล่านั้นหายไปแล้ว กลับยังคงหลงเหลือรอยด่างดำทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

4. เป็นขนคุด เมื่อทำการถอนออก เมื่อหายกลับกลายเป็นทิ้งรอยจุดดำๆเอาไว้เต็มแขนให้เห็นอย่างชัดเจน

5. สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้มองดูเป็นสีผิวมีการตัดกัน และไม่เรียบเนียนอย่างที่ควร

6. ผิวแห้งมาก จนทำให้เกิดริ้วรอยของผิวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น

7. ไวรัสผิวหนัง ซึ่งเป็นต้นของโรคผิวหนังบางประเภท ที่ทำให้แขนเกิดริ้วรอยด่างดำ และแขนลายขึ้น

8. การเพิ่มหรือลดของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป มักเกิดขึ้นกับคนที่เคยอ้วนแล้วอยู่ๆลดน้ำหนักผอมลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้หญิงที่พึ่งคลอดบุตร การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจะทำให้ผิวหนังบริเวณแขนปรับสภาพไม่ทันจนกระทั่งเกิดเป็นรอยแตกลายขึ้น แขนลาย.

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับวิธีการกำจัดสิวชั่วข้ามคืน

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับวิธีการกำจัดสิวชั่วข้ามคืน ที่ควรทำอย่างยิ่ง  สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรังที่อาจขยายลุกลามกลายเป็นรอยแผลหรือหลุมสิวได้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา อย่างไรก็ตาม อย่าได้กังวลใจไป เพราะมีหลายวิธีดีๆ และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ.

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

– หยุดเอามือสัมผัสหน้า หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

– สวมเสื้อผ้าที่สะอาด หนึ่งนี้ควรจะเป็นสามัญสำนึก ผ้าเช็ดหน้าปลอกหมอนและของคุณยังตกอยู่ภายใต้นี้ สิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ในการติดต่อกับใบหน้าของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามักจะทำความสะอาด

– ล้างหน้าให้สะอาด ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนที่ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่าไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด

– ออกกำลังกายและกินเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง /สัปดาห์

– กินเพื่อสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขี้น ควรรับประทานผักและผลไม้จำพวกถั่วและเมล็ดธัญพืชในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณให้สวยเปล่งปลั่งวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนังจะฟื้นฟูสภาพตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน
ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นค่ะ

– จัดการความเครียด สาเหตุของการเป็นสิวที่พบบ่อยคือความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกายดีขึ้น

– ทำดีท็อกซ์ การเป็นสิวย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีท็อกซินหรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษในร่างกายได้

– ปรึกษาแพทย์ของคุณ ในบางกรณีการเกิดสิวอาจจะรุนแรง หากใช้วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แล้วพบว่า อาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดคือไปพบแพทย์ทันที การรักษาอื่น ๆ อาจมีความจำเป็นเพื่อรักษาสิวบนใบหน้าของคุณ วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ.

กระชับรูขุมขน รูขุมขนบนใบหน้าปัญหาผิวพรรณที่ทำเอาสาวๆเครียด

กระชับรูขุมขน รูขุมขนบนใบหน้าปัญหาผิวพรรณที่ทำเอาสาวๆเครียด กันมาหลายคนแล้ว วันนี้เบ็ดเตล็ดไอเดียขอแนะนำวิธีแก้รูขุมขนบนใบหน้าแบบง่ายๆที่รับรองว่าเห็นผลดีและปลอดภัยมากๆเลยค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน สำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขนจากวิธีธรรมชาติดังต่อไปนี้ค่ะกระชับรูขุมขน
1. มะเขือเทศ หากพอกหน้าด้วยมะเขือเทศปั่นวันละ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน สมานผิวหน้าให้เต่งตึง รักษาสิว และช่วยกระชับรูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัดอีกด้วยค่ะ

2. ประคบน้ำแข็ง เพียงแค่นำเอาก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้า หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้ จากนั้นถูวนเบาๆและเน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 วินาที ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะกระชับรูขุมขน

3. มะนาว เพียงแค่นำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ช่วยลดปัญหารูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัด นอกจากนี้แล้วมะนาวยังช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลงอีกด้วยค่ะ

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลงอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้งไปผสมกับโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที หรือนำมานวดแบบเพียวๆก็ได้เช่นกันค่ะ

5. ใบบัวบก อีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยกระชับรูขุมขนที่ได้ผลดีไม่น้อยไปกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายนั่นเอง สำหรับวิธีใช้ใบบัวบกลดรูขุมขนนั้น เพียงแค่นำใบบัวบกเอามาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 -30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะค่อยๆเล็กลงๆจนหายไปในที่สุดค่ะ

6. น้ำตาลทราย อีกหนึ่งตัวช่วยลดและกระชับรูขุมขนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่นำเอาน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก แล้วนำไปทาบนใบหน้าแล้วก็ขัดเบาๆ โดยค่อยๆหมุนนิ้วเป็นแนววงกลม เน้นส่วนที่มีรูขุมขนกว้างและผิวมัน จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำที่เย็นจัด น้ำผึ้งนั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดความมันบนใบหน้าและทำให้รูขุมขนเล็กลง

7. แตงกวา สูตรนี้อาจทำให้หลายๆคนประทับใจไม่น้อย เพียงแค่นำแตงกวามา 1 ลูก ฝานและบดขยี้จนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาผสมกับมะนาวสัก 2-3 หยด แล้วนำมามาร์คบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แตงกวานั้นมีสารทำให้เย็นจึงสามารถช่วยในการลดรูขุมขนกว้างให้กระชับได้ และมะนาวช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าได้อีกด้วย กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง

ลดหน้าท้อง สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ท่าออกกำลังกายบางท่านี้ สาวๆ อาจจะทำได้ไม่คล่องมากค่ะ แต่รับรองว่า ถ้าสาวๆ ทำทุกวันและฝึกฝนบ่อยๆ นอกจากจะได้หน้าท้องที่สวยเป๊ะ หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว อาการปวดเนื้อปวดตัวทั้งหลายจากการนั่งทำงานนานๆ ก็จะหายไป เพราะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเองค่า ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretchลดหน้าท้อง

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscrossลดหน้าท้อง

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้าย

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้งลดหน้าท้อง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหู

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะ

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ ลองใช้วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณ

สิวอักเสบ ลองใช้วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณ ที่จะนำมาเสนอในวันนี้ดูนะคะ ด้วยคุณสมบัติของปูนแดงที่มีฤทธิ์ช่วยในการดูดซับสิวให้แห้ง และขมิ้นชันที่มีคุณสมบัติในการช่วยต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบของสิว สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ อีกทั้งยังผสมน้ำมะนาวที่มีวิตามินซีสูง และช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนของผิว และลดการอักเสบได้ สามคุณค่าของสมุนไพรจะช่วยให้สิวบนใบหน้ายุบตัวลงได้อย่างรวดเร็วและไม่เป็นอันตรายจากสารเคมีด้วยค่ะ มาลองทำดูกัน

วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณ

วิธีการรักษาสิวอักเสบด้วยปูนแดงและขมิ้นชันนั้น มีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากดังต่อไปนี้คือ เตรียมปูนแดง (แบบสำหรับกินกับหมาก) ประมาณครึ่งช้อนชา ผสมกับผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา หยดน้ำมะนาวลงไปอีกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ซับให้แห้งแล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาแต้มลงบนหัวสิวที่กำลังอักเสบ หรือกำลังจะอักเสบแล้วทิ้งไว้ให้เนื้อครีมแห้งซึมลงไปสู่ผิว หากรู้สึกแสบยิบ ๆ ให้ล้างออกได้ แต่หากไม่แสบผิวจะทิ้งไว้จนแห้งเลยก็ได้ สูตรนี้สามารถนำมาแต้มสิวได้ทุกวันทั้งเช้าและก่อนนอนจนกว่าจะหาย

วิธีการรักษาสิวอักเสบสูตรโบราณนี้ จะช่วยให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น พร้อมทั้งทำให้ผิวบริเวณที่เป็นสิวนั้นขาวสว่าง ไม่ทิ้งรอยด่างดำไว้กวนใจหลังจากสิวหายอีกด้วย ทั้งยังช่วยป้องกันผิวบริเวณรอบ ๆ สิวไม่ให้เกิดการอักเสบลุกลาม เพราะส่วนผสมมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วยค่ะ สิวอักเสบ.

วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิกเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ

วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิกเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสัตว์ส่วนใหญ่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีเองได้ แต่มนุษย์ต้องอาศัยวิตามินซีจากอาหารเสริมแทนเท่านั้น
วิตามินซี มีบทบาทสำคัญในการสร้าง คอลลาเจน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย วิตามินซี.

วิตามินซี
วิตามินซี ชนิดนี้มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.)
วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้ดียิ่งขึ้น
วิตามินซีจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่อคุณตกอยู่ในสภาวะเครียด
การขาดวิตามินซีอาจทำให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟันได้
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอยู่ที่ 60 mg. และสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรที่ประมาณ 70-96 mg.
ผู้ที่สูบบุหรี่และผู้สูงอายุ ควรได้รับวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น
ร่างกายจะสูญเสียวิตามินซี 25 – 100 mg. ต่อการสูบบุหรี่หนึ่งมวน
ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของคอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)
แหล่งที่พบวิตามินซีได้ในธรรมชาติ ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว แคนตาลูป มันฝรั่ง มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ พริกไทย เป็นต้น
วิตามินซี
หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่ว บางครั้งการรับประทานในปริมาณที่สูงหรือมากกว่า 10,000 mg. ขึ้นไปอาจก่อให้เกิดผลเสีย เช่น อาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย มีผื่นผิวหนัง ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวคุณควรรับประทานในปริมาณที่น้อยลง คนไข้โรคมะเร็งที่กำลังฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ไม่ควรรับประทานวิตามินซีเพราะผลตรวจอาจแปรปรวนได้
ศัตรูของวิตามินซี ได้แก่ แสง, ออกซิเจน, น้ำ, ความร้อน, การสูบบุหรี่, การปรุงอาหาร วิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลียอันตรายจากการขาดวิตามินซี เบื่ออาหาร ปวดตามข้อต่อของร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เจ็บกระดูก วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี แผลหายช้า เนื่องจากวิตามินซี ทำหน้าที่ต่อต้านการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ของร่างกาย การได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ จะทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ และทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหายช้ากว่าปกติวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย คุณสมบัติของวิตามินซี คือ เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็ง และช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง และทำให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่ายวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
เป็นโรคลักปิดลักเปิด ในกรณีของเด็ก หรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินซี น้อยกว่าวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ หากร่างกายขาดวิตามินซีมากเกินปกติอาจทำให้มีลูกยาก เป็นโรคโลหิตจางและมีภาวะความผิดปกติทางจิตได้
อันตรายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป
เนื่องจากวิตามินซี มีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย การรับวิตามินซี ในปริมาณมากจะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็ก ตามกระดูกข้อต่อต่างๆ มากขึ้น วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิธีกินวิตามินซี ประโยชน์ของวิตามินซีโรคหวัดกับวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี ประโยชน์ของวิตามินซีโรคหวัดกับวิตามินซี โรคหวัด เป็นโรคที่รักษาหายยากโรคหนึ่งและโรคหวัดมักเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น ปอดบวม และไม่มีวิธีใด ๆ ที่จะป้องกันมิให้เกิดโรคหวัด สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคหวัด เกิดขากเชื้อไวรัส แต่เชื้อไวรัสนั้นมีมากมายหลายพันธุ์ เพราะฉะนั้นวัคซีนที่ได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส 2 – 3 ชนิด จึงไม่สามารถจะใช้ป้องกันโรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิดได้ “ยาบรรเทาอาการหวัด” ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดยาปัจจุบันก็เป็นเพียงยาลดใข้หรือแก้ปวด ซึ่งเกิดจากโรคหวัดไม่ใช่ยาที่ออกฤทธิ์รักษาโรคหวัดโดยตรง วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไรนั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลงวิธีกินวิตามินซี

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้นวิธีกินวิตามินซี

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้นวิธีกินวิตามินซี

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้ วิธีกินวิตามินซี.