วิตามินผิวขาว เป็นลูกผู้หญิงนั้นแสนลำบากต้องทุกข์ยาก

วิตามินผิวขาว เป็นลูกผู้หญิงนั้นแสนลำบากต้องทุกข์ยาก กับปัญหาผิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่จะให้ทำไงได้ในเมื่อความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ฉะนั้น ไม่ว่าปัญหาผิวจะมารุมเร้าสักเพียงไหนก็จงยืนหยัดสู้กับมันให้ตายกันไปข้าง (ฮาาาา) วันนี้เราจะมาชำแหละอีกหนึ่งปัญหาผิวที่มักเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิง นั่นคือรอยแตกลาย ส่วนใหญ่เป็นที่บริเวณหน้าอก ต้นขา แก้มก้น สะโพก หน้าท้อง หรือบริเวณผิวที่เป็นแหล่งสะสมของไขมันส่วนเกินนั่นเอง วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว โดยเจ้ารอยแตกลายนี้มักเกิดขึ้นในคนที่เคยอ้วนมากๆ แล้วมาผอมในภายหลัง เพราะเมื่อเราอ้วน ผิวหนังของเราจะขยายออกภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จึงทำให้คอลลาเจนที่เป็นตัวช่วยในเรื่องความยืดหยุ่นที่อยู่ในผิวหนังของเรานั้นถูกทำลาย และเมื่อมีการยืดขยายมากๆ คอลลาเจนไม่สามารถทนแรงขยายนั้นได้ จึงทำให้เกิดเป็นรอยแตกลายตามผิวหนังนั่นเอง ในทางตรงกันข้ามถ้าเราผอมอยู่แล้วอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวหนังที่ขยายเร็วเกินไปก็อาจทำให้เกิดรอยแตกลายได้เช่นกัน
วิธีลดรอยแตกลาย ขาลายวิตามินผิวขาว
วิธีลดรอยแตกลาย ขาลาย ให้ได้น่องขาที่เนียนสวยคืนกลับมามีให้เลือกหลายหลายวิธี ซึ่งถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็วขึ้น จำเป็นต้องใช้หลายวิธีผนวกกัน ดังนี้
1.ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น โดยควรฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วขึ้นไป เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด
2.กินอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารพวกวิตามินเค วิตามินอี วิตามินซี สังกะสี และซิลิกา เพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
3.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน เป็นวิธีลดรอยแตกลาย ขาลายได้ดี ทั้งยังช่วยให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล มีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาผิวแตกลาย ทั้งนี้ ต้องหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ววิตามินผิวขาว
4.ขัดผิวด้วยสบู่ โดยขัดไปที่ผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกลายอย่างเบามือ เพื่อช่วยในกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัว เพราะจะทำให้ผิวแห้ง และเกิดปัญหารอยแตกเพิ่มขึ้น
5.ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ให้ผิวที่เป็นรอยแตกลาย หรือมีความเสี่ยงต่อการแตกลาย เช่น บริเวณต้นขา ต้นแขน น่อง ฯลฯ เพื่อทำให้ผิวชุ่มน้ำ เกิดความยืดหยุ่นได้มากขึ้นวิตามินผิวขาว
6.ทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหา จะช่วยลดรอยแตกลาย ขาลาย น่องลายให้จางลงได้ โดยจะทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% หากทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน
7.ใช้สมุนไพร พืชสมุนไพรบางชนิดมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิว ช่วยฟื้นบำรุงสภาพผิวที่เคยเสียให้กลับมาสุขภาพดีได้ เช่น ว่านหางจระเข้ ให้นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง หรือจะอีกสมุนไพรที่ช่วยลดรอยแตกลาย ขาลาย คือใบบัวบก โดยให้คั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง
นอกจากนี้ยังมีวิธีลดรอยแตกลาย ขาลายด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อย่างเช่น การรักษาด้วยเลเซอร์ลดรอยแดง ใช้โปรแกรมการรักษาช่วยกระตุ้น Collagen ใช้ Carboxytherapy เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน เป็นต้น วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน

รอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย – กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน  (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดีรอยแตกลาย
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริงรอยแตกลาย
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาวที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็น รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน รูขุมขนกว้างหรือมีขนาดใหญ่จนเห็นได้อย่างชัดเจน

กระชับรูขุมขน รูขุมขนกว้างหรือมีขนาดใหญ่จนเห็นได้อย่างชัดเจน เกิดจากการที่ต่อมไขมันทำงานหนักผิดปรกติ ทำให้น้ำมันเคลื่อนที่มาบนชั้นผิวหนังด้านบน ส่งผลให้ผิวหน้าแห้งกร้าน ใบหน้าแลดูไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ และทำให้เกิดปัญหาสิวอักเสบกับสิวอุดตันตามมา แต่หากเราดูแลและแก้ไขอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้ โดยใช้สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้า กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน สมุนไพรกระชับรูขุมขน

ใบบัวบก มีสารอาหาร และวิตามินสำคัญ ๆ อยู่หลายชนิด โดยเฉพาะสารไกลโคไซด์ ที่มีส่วนช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน ลดปัญหาความเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยฟื้นผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใส และใบบัวบกยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ซึ่งช่วยในการกำจัด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ซึ่งวิธีการใช้ใบบัวบกก็คือ นำใบบัวบกสดล้างสะอาด มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปปั่นหรือบดกับน้ำสะอาด 1 แก้ว นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหรือใช้สำลีชุบน้ำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

กล้วยหอม มีคุณสมบัติช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยบำรุงผิวให้เต่งตึง ช่วยฟื้นฟูผิวที่หยาบกร้านให้เนียนนุ่ม ให้เรานำกล้วยมาฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำผึ้งหรือนมสดลงไป แล้วบดให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เป็นสูตรหน้าใสที่ช่วยลดรูขุมขนกว้างได้เป็นอย่างดี แต่หากใครไม่สะดวกใช้กล้วยหอมก็ให้ใช้เป็นกล้วยน้ำว้าแทนกระชับรูขุมขน

มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินซีกับวิตามินอีสูง ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย มีเอนไซม์ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ราว ๆ 15-20 นาที ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด กรดผลไม้จากมะละกอ จะช่วยให้รูขุมขนกระชับ และช่วยขจัดสิ่งตกค้างกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วกระชับรูขุมขน

ในการใช้สมุนไพรธรรมชาติเพื่อกระชับรูขนขน ก็อาจมีบางคนที่มีอาการแพ้ได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วก่อนจะทำการพอกหน้าให้ทำการทดสอบซะก่อน โดยนำมาทาที่บริเวณท้องแขน ซึ่งเป็นผิวหนังส่วนที่บางกว่าใบหน้า ปล่อยทิ้งเอาไว้สักพักหนึ่ง หากไม่มีอาการแสบร้อนหรือมีผื่น ก็ถือว่าไม่แพ้สามารถใช้ได้ ทั้งนี้ในการใช้สมุนไพรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ควรที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และไม่ควรที่จะทำบ่อย ๆ เกินกว่าความจำเป็นค่ะ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้องท่าฟิตกล้ามท้องง่าย ๆ

ลดหน้าท้อง วิธีลดหน้าท้องท่าฟิตกล้ามท้องง่าย ๆ ออกกำลังกายลดหน้าท้องใช้เวลาเพียงไม่นาน เปลี่ยนพุงกะทิให้เป็นกล้ามท้องสุดเซ็กซี่ น่ามอง สาว ๆ ที่มีเวลาน้อยแต่อยากมีซิกแพคสวย ๆ ควรลองลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง หลังจากตื่นนอนตอนเช้า อย่าเพิ่งลุกจากเตียงไปไหน สละเวลาสัก 10 นาทีมาทำท่ากายบริหารกันก่อน ซึ่งเป็นท่าฟิตกล้ามท้องที่จะช่วยเปลี่ยนพุงสามชั้นให้เป็นซิกแพคงาม ๆ ลดหน้าท้อง ได้อย่างน่าทึ่ง ที่สำคัญคือ ช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานดีขึ้นด้วย กินเยอะยังไงก็ไม่มีพุงให้เห็น จากเว็บไซต์ Read.Plesh.in แนะนำว่า สาว ๆ ที่ขี้เกียจออกกำลังกาย ก็สามารถมีกล้ามท้องสวยน่ามองเหมือนเข้าฟิตเนสได้ เพียงแค่ฝึกทำ 5 ท่าฟิตกล้ามท้องให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 นาทีเป็นประจำทุกวัน ไขมันหน้าท้องก็ไม่มากวนใจแล้ว ลดหน้าท้อง

3 ท่าอุ่นเครื่องพร้อมลุยออกกำลังกาย

3 ท่าวอร์มอัพต่อไปนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญในการกระตุ้นเลือดลมให้เริ่มสูบฉีด รวมถึงกระตุ้นให้สมองของเราตื่นตัว และยังมีข้อดีคือ ช่วยเผาผลาญแคลอรีส่วนเกินได้มากขึ้นด้วย ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพียงท่าละ 30 วินาทีเท่านั้นเอง แต่หากใครมีเวลาไม่มากจะเลือกทำแค่เพียงท่าเดียวก็ได้ค่ะ ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ หากกล่าวถึงการเป็นสิวแล้วคงไม่มีใครที่อยากเป็นสิวอย่างแน่นอน

สิวอักเสบ หากกล่าวถึงการเป็นสิวแล้วคงไม่มีใครที่อยากเป็นสิวอย่างแน่นอน ต้องยอมรับเลยว่า “สิวอักเสบ” นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วยสิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หนึ่งในสิวอักเสบที่เรารู้จักกันดีคือ “สิวหัวหนอง” แต่นอกจากสิวหัวหนองแล้ว ก็ยังมีสิวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตามลักษณะและความยากง่ายในการรักษา เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักสิวอักเสบแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่าสิวอักเสบที่มันผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเรานั้นจัดเป็นสิวอักเสบประเภทใด

ประเภทของสิวอักเสบสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบที่พัฒนามาจากสิวอุดตันและสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของเรา เป็นสิวที่รักษาได้ง่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นละก็ ก่อนนอนให้โปะด้วยคลินดามัยซินลงบนหัวสิว พอตื่นมาสิวก็จะไม่เพิ่มขนาดขึ้น แถมยังช่วยลดความแข็งของหัวสิวลงได้อีกด้วย แต่สำหรับบางคนยาชนิดนี้อาจออกฤทธิ์ดีจัด จนทำให้สิวยุบลงไปเลยก็มีสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) สิวอักเสบหัวหนองแบบแรกจะเป็นสิวแบบตื้น ๆ รับมือได้ง่าย ไม่มีอาการเจ็บ มีลักษณะเป็นหนองเกาะนูนอยู่บนผิว โดยปกติแล้วถ้าเราจะใช้บีพี (BP หรือ Benzoyl peroxide) เป็นประจำ สิวอักเสบหัวหนองแบบตื้นก็แทบจะไม่มากวนใจเราเลย ส่วนอีกแบบจะเป็นสิวอักเสบแบบลึก จะใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่าแบบแรก แถมยังเจ็บอีกด้วย เป็นสิวที่พัฒนามาจากแบบแรกจนกลายร่างเป็นแบบลึก เพราะเราปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งมันตั้งแต่แรก ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ให้รีบรักษา เพราะถ้าลุกลามไปมากกว่านี้จะรักษาได้ยากและทิ้งรอยไว้ให้หนักใจกันนานเลยทีเดียว
สิวอักเสบแบบตุ่มแดงก้อนลึก (Nodule) จะมีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง แต่สิวแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและจะรู้สึกได้ว่ามันแข็งเป็นไต เมื่อสัมผัสหรือกดดูจะรู้ว่าสิวนั้นลึกลงไปถึงข้างใน ไม่ใช่แข็งเป็นไตนูนแค่บนผิว สิวแบบนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะยุบ แต่ถ้าเราดูแลดี ๆ สิวชนิดนี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้าของเรา (ไม่สนับสนุนให้กด เพราะยิ่งกดจะยิ่งเห่อ)
สิวอักเสบแบบถุงใต้ผิวหนัง (Cyst acne) ถ้าเป็นสิวชนิดนี้แนะนำว่าให้รีบไปหาหมอสิวอักเสบโดยด่วน อย่าคิดรักษาด้วยตัวเองหรือลองใช้อะไรด้วยตัวเอง เพราะสิวชนิดนี้นับว่าเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ รูปร่างไม่จำกัดอยู่แค่รูปวงกลมเท่านั้น เพราะบางทีก็เป็นตุ่มแดง ๆ บางทีก็เป็นถุงที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งมักจะอยู่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เมื่อเจ้าสิวชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใจเย็นกับการรักษา หยุดทุกการกระทำกับใบหน้า เรื่องแต่งหน้าเลิกคิดไปได้ แล้วรีบไปหาหมอ แล้วอย่าลืมทำใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีรอยแผลเป็นแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษาสิวให้หายก่อน ส่วนรอยแผลเป็นต่าง ๆ เดี๋ยวค่อยมาหาทางรักษาทีหลังก็ยังไม่สายสิวอักเสบ.

วิตามินซี เป็นที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีคือสารอาหารที่จำเป็น

วิตามินซี เป็นที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีคือสารอาหารที่จำเป็น และมีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ช่วยให้แผลหายเร็ว มีสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันเลือกออกตามไรฟัน และอื่นๆอีกมากมาย ที่สำคัญวิตามินซีช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใส ทั้งนี้ มักมีคนสงสัยกันว่าวิตามินซี กินตอนไหนจึงจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด วันนี้เรามาคำตอบกันวิตามินซี.

วิตามินซี
วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด
สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี กินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ วิตามินซี
อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวันวิตามินซี
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป

โดยสรุปแล้ววิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือหลังอาหารเช้า เพราะมีอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นตัวนำพาให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ถูกขับออกได้ทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไปวิตามินซี.

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย

ลดความอ้วน  ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย แต่ไหนแต่ไรมาจะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวมักห่วงเรื่องความหล่อความสวย ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ไม่มีใครยอมที่จะหยุดพัฒนาความงามของตัวเองกันเลย ยังอยากที่จะเสริมนั่นเติมนี่ เพื่อแก้จุดด้อยอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วก็คงหาได้ยากสำหรับท่านที่คิดว่าพอแล้วกับรูปร่างหน้าตาในปัจจุบัน ถ้ามีเงิน… ฉันก็ยังจะทำโน่นนี่นั่นอยู่ดี อย่าเถียงนะคะว่าคุณเองไม่เคยคิด นี่แหละค่ะที่ทำให้สถานเสริมความงาม สถานแก้ไขจุดบกพร่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก้ไขปมด้อย ถือกำเนิดเติบโตขึ้นเร็วมากลดความอ้วน .

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน   1.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการลดน้ำหนัก โดยอาจจินตนาการว่า คุณต้องการมีรูปร่างอย่างไร และต้องการลดกี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ อย่าใจร้อนรีบลดจนเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลก็คือ ความรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นน้ำหนักตัวไม่ขยับลงอย่างที่ควรจะเป็นลดความอ้วน

2.เพิ่มปริมาณน้ำ น้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายด้วย

3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ (ย้ำว่าครบทุกมื้อ) ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทานเกินขนาดในมื้อต่อไป

ทานข้าวกล้อง แทนข้าวสวย

ทานข้าวโอ๊ต แทนซีเรียลลดความอ้วน

เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ แทนน้ำสลัดธรรมดา

ทิ้งอาหารขยะไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก

ทานของหวาน ของมัน ของทอด ให้น้อยลง โดยกำหนดว่าจะทานกี่ครั้งต่อสัปดาห์

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ทานช้า ๆ จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น

ทานมังสวิรัติ 1 วัน/สัปดาห์ มาทานผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

อย่าเอาอะไรเข้าปากหลังสองทุ่มลดความอ้วน

4.ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย และไม่เครียด เนื่องจากมีแนวโน้มว่า คนที่มีความเครียดเป็นประจำ มักจะทานอาหารมากกว่าปกติ และทานจุบจิบบ่อย ๆ

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ คุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งในขณะที่ทำงาน หรืออยู่บ้าน เช่น หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็สามารถขยับต้นคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลุกขึ้นบิดตัวไปมาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียน หรือทำงานบ้านด้วยลดความอ้วน .

ลดต้นขา แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วนตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอว

ลดต้นขา  แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วนตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอว จนไปถึงเรียวขา จะมาเป็นสาวหน้าสวยแต่น่องตันก็คงไม่งามสักเท่าไร ดังนั้นเราจึงควรดูแลเรียวขาให้เรียบเนียนและกระชับได้สัดส่วนที่ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีลดต้นขาดังต่อไปนี้ ลดต้นขา.

ลดต้นขา
ลดต้นขา 1. ลดต้นขา ลดแป้งและไขมัน

ลดต้นขา ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 3 มื้อ แต่เน้นผักและผลไม้สด รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และนมแค่พอดี โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทข้าวหรือแป้งขัดสี อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพื่อป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ควรดื่มเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

2. ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายวันละ 15 – 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเน้นท่าออกกำลังกายตรงส่วนขาให้มากๆ อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เวทเทรนนิ่ง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์ในที่ทำงาน เป็นต้น

3. โยคะลดต้นขา

โยคะลดต้นขา หนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ได้พอสมควร และยังมีอีกหลายๆ ท่า ที่สามารถช่วยกระชับต้นขาอย่างได้ผล เมื่อปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. นวดลดต้นขา เพื่อสลายเซลลูไลต์

นวดลดต้นขา ใช้เจลลดต้นขาหรือครีมลดต้นขาหรือครีมกระชับต้นขา นำมานวดบริเวณต้นขาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้สารสกัดและส่วนประกอบต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และเข้าไปสลายไขมันและเซลลูไลต์ที่สะสมตามต้นขา จึงทำให้ต้นขากระชับและเล็กลง

5. เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา

เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา การออกกำลังที่มีอุปกรณ์ช่วยทำให้การลดต้นขานั้นสนุกและง่ายมากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่อุปกรณ์ที่น่าแนะนำมากที่สุดก็คือ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “เครื่องบริหารช่วงขา” เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมาก

6. กางเกงลดต้นขา

กางเกงลดต้นขา เป็นกางเกงที่ผลิตจากผ้าไนลอน มีลักษณะคล้ายกางเกงเลกกิ้งผสมกับถุงน่อง เมื่อสวมใส่เข้าไปจะช่วยยกเก็บกระชับต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูเรียวขึ้น จากนั้นจึงค่อยสวมทับด้วยกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว ซึ่งวิธีนี้จะเห็นผลเฉพาะตอนที่สวมใส่กางเกงลดต้นขาเท่านั้น

7. ดูดไขมันลดต้นขา

ดูดไขมันลดต้นขา วิธีนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็จะเกิดการสะสมไขมันขึ้นมาใหม่ รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายสูงและค่อนข้างเจ็บตัวพอสมควร โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เข้าไปทำให้ไขมันแตกตัวหรือสลายกลายเป็นของเหลว จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดของเหลวนั้นออกมา

8. ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา

ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา การฉีดโบทอกซ์หรือ Botulinum Toxin เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อหลังจากฉีดได้ประมาณ 1 – 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าต้นขาเล็กลงนั่นเอง และควรฉีดซ้ำทุก 4 – 6 เดือน

9. ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา

ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา Carboxy Therapy เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมัน ขณะเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บยุบยิบๆ วิธีนี้จะเห็นผลเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ที่รับการบริการด้วย และอาจจะต้องทำซ้ำ 3 – 4 ครั้ง

10. ฉีดลดต้นขา

ฉีดลดต้นขา เรียกว่า Lipodissolve เป็นการฉีดกลุ่มตัวยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัวกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นร่างกายก็จะดูดซึมกลับไป ซึ่งวิธีนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการฉีดแต่ละครั้งจะสลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วน ลดต้นขา.

ลดพุง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยว่าปัญหาเกี่ยวกับรูปร่าง

ลดพุง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยว่าปัญหาเกี่ยวกับรูปร่าง ที่กวนใจทั้งหญิงและชาย ในอันดับต้น ๆ นั่นคือปัญหาที่เกี่ยวกับ “พุง” เพราะการที่เรามี “พุง” ทำให้เราเสียบุคลิกแล้ว ยังลำบากในเรื่องการเลือกซื้อเสื้อผ้า เพื่ออำพราง ยิ่งไปกว่านั้นความมั่นใจต่อเพศตรงข้าม ไม่ต้องพูดถึงหายไปกว่าครึ่ง ดังนั้น จึงมีการเสาะหาวิธีการต่าง ๆ วิธีลดพุง วิธีลดพุงเร่งด่วน ที่จะช่วยในการลดพุงให้ได้ผล แต่ก็นั่นแหละ แต่ละวิธีการที่มีการแนะนำ ถามว่า ถ้าทำได้จริง ๆ ก็ได้ผลแน่นอน แต่ในสภาพสังคม ลดพุง.

ลดพุง

ลดพุง  วันนี้เรามี วิธีการผู้ชาย และ วิธีการลดพุงผู้หญิง มาแนะนำ โดยไม่ต้องไปออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ต้องลดอาหาร เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้นเองลดพุง

1. เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ โดยหลายคนมักบอกว่า “อย่าพยายามเปลี่ยนขนาดของเสื้อผ้า” กล่าวคือ ถ้าอ้วนก็ให้ทนใส่เสื้อผ้าคับ ๆ ต่อไปเพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่า “เธออ้วนนะ” ทราบหรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา รวมทั้งไขมันในส่วนที่โดยรัดก็ไม่ได้สลายหายไป แต่เปลี่ยนจุดไปกระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆของร่างกายแทนลดพุง

และความเชื่อที่ผิดอีกอย่างคือ “ถ้าอยากลดพุง ต้องอดอาหาร” โดยร่างกายเราต้องมีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่นทุก ๆ วัน ดังนั้น การอดอาหารจะส่งผลให้ขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน รวมทั้ง เมื่อเรากินร่างกายก็เริ่มกักเก็บไขมันเช่นเดิม ก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด

2. ไม่นอนดึกและพักผ่อนให้เพียงพอ กล่าวคือพักผ่อนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง และนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ซึ่งการพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้ลดพุง

3. อย่าเครียด เพราะการเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งไขมันไปสะสมบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าไม่อยากมีพุง อย่าเครียด

4. การออกกำลังกายในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีการขยับร่างกายไปมา เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เช่น

แขม่วนหน้าท้อง เป็นการออกกำลังกายง่ายๆที่สามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องอีกด้วย โดยการหายใจเข้าแล้วแขม่วท้องเอาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การนั่งยกขา โดยการนั่งหลังตรงพิงกับเกาอี้ ค่อยๆยกขาขึ้นให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสลับข้าง ให้ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การเดิน ในขณะที่การออกกำลังกายโดยการเดิน หน้าท้องของจะเกร็งโดยอัตโนมัติ ทำให้หน้าท้องกระชับ และยังช่วยลดต้นขาอีกด้วย

5. หากไม่สามารถ วิธีลดพุง ทำตามที่กล่าวมาได้ หรืออยากได้เครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรงและทุ่นเวลาในการลดน้ำหนักหรือลดพุง ก็ให้มองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ช่วยเรื่องการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด เพราะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดพุงได้ ลดพุง.

ลดต้นแขน สำหรับวิธีลดต้นแขนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี

ลดต้นแขน สำหรับวิธีลดต้นแขนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี มีทั้งได้ผลบ้างและไม่ได้ผลบ้าง แต่วันนี้เราจะมาแนะนำมีวิธีลดต้นแขนแบบง๊ายง่าาย ที่คุณสามารถทำได้สบาย ๆ มาฝาก โดยจะทำให้แขนของคุณเรียวสวยขึ้นได้ภายใน 7 วัน ลดต้นแขน.

ลดต้นแขน

ลดต้นแขน
ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดยเน้นลดต้นแขนจะต้องโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อแขนด้านหน้าและด้านหลังเพื่อให้เกิดความกระชับทุกส่วนเท่า ๆ กัน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยแต่เห็นผลแน่นอน
เปลี่ยนพฤติกรรม หากต้องการมีรูปร่างที่ดูดีอยู่กับเราไปนาน ๆ คุณควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างน้ำสะอาด นม ผักและผลไม้ และให้ลดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกทอด ๆ ที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาล ฯลฯ แล้วหันมาออกกำลังแขนเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอลดต้นแขน
เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสักนิดลดต้นแขน เสื้อแขนสั้นมักจะรัดต้นแขนทำให้เห็นความใหญ่ของแขนชัดเจน ส่วนเสื้อแขนยาวก็อาจทำให้แขนดูตัน ๆ แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนมาใส่เสื้อแขนสามส่วน ความยาวของแขนเสื้อจะมาสิ้นสุดเอาตรงส่วนที่เล็กที่สุดของท่อนแขนพอดี จะทำให้แขนดูไม่ใหญ่ได้ หรือเลือกใส่เสื้อแขนยาวซีทรู เพื่อให้มองเห็นได้ลาง ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้แขนไม่ดูตันหรือจงใจปกปิดมากจนเกินไป หรืออีกวิธีให้เลือกใส่เสื้อที่เปิดให้เห็นเนื้อแค่เพียงช่วงไหล่ จะเป็นแขนสั้นหรือยาวขนาดใดก็ได้ วิธีนี้จะช่วยพรางต้นแขนได้ดีเลยทีเดียว เพราะจุดสนใจจะเปลี่ยนไปอยู่ตรงที่เปิดโชว์แทน (แทนที่จะเป็นต้นแขน) และสิ่งที่ต้องระวังก็คืออย่าเลือกใส่เสื้อที่แขนเสื้อดูรัดแน่นหรือใหญ่เกินไปจนดูรุงรัง เพราะจะยิ่งกลายเป็นการเน้นให้เห็นถึงความใหญ่ของต้นแขนให้ชัดขึ้นลดต้นแขน
ปลอกกระชับต้นแขน มีให้เลือกอยู่หลายเกรดหลายราคา มีทั้งแบบเนื้อผ้าทอด้วยเส้นใยพิเศษหรือเป็นแบบพลาสติกตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน วิธีใช้ก็ง่ายและสะดวกมาก แค่สวมใส่ติดแขนไว้ ก็จะช่วยทำให้ต้นแขนดูฟิตขึ้นได้ทุกเวลา จะสวมใส่ตอนอยู่บ้าน ตอนนอน หรือใส่ไปทำงานก็ได้
ปลอกกระชับต้นแขนลดต้นแขน
ครีมลดต้นแขน หรือครีมร้อน-เย็นกระชับสัดส่วน ส่วนใหญ่ที่มีขายจะเป็นในรูปแบบของโลชั่น ครีม หรือเจล ที่มีสารสกัดจากสมุนไพร เมื่อทาแล้วจะเกิดความร้อนในอุณหภูมิที่ทนได้ ความร้อนและเย็นเหล่านี้จะไปช่วยสลายไขมันได้หากถูนวดเป็นประจำ ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูกระชับและเล็กลง
ฉีดลดต้นแขน หรือ เมโสแฟต (Mesotherapy) เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณช่วยสลายไขมันต้นแขนส่วนเกินเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง โดยยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เช่น Phosphatidylcholine, L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วรอร่างกายดูดซึมกลับไปเอง โดยวิธีนี้อาจจะต้องฉีดต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะละลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น จึงทำให้หลายคนทำแล้วไม่ได้ผล (ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นอย่างในภาพ) ลดต้นแขน.