กระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทย

กระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทย ที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน

1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้ากระชับรูขุมขน
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดากระชับรูขุมขน
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะกำลังเครียดกับพุงย้วย ๆ

ลดหน้าท้อง เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะกำลังเครียดกับพุงย้วย ๆ และชั้นไขมันที่หนาแน่นเป็นห่วงยางของตัวเองกันอยู่แน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ แถมยังจะเสียเซลฟ์สุด ๆ เมื่อเวลามีคนมาทักว่ากำลังจะมีน้องหรือเปล่า !? โอ้แม่เจ้า… คำ ๆ นี้มันช่างสะท้านสะเทือนใจเสียจริง ฉันแค่มีพุงนะ ไม่ได้ท้องสักหน่อย คิดแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้คงต้องหาวิธีจัดการเจ้าพุงตัวปัญหาแบบเร่งด่วนกันซะหน่อยแล้ว ว่าแต่จะทำยังไงดีนะ ? สำหรับใครที่อยากรู้วิธีจัดการไขมันหน้าท้องให้ได้แบบรวดเร็วทันใจ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนมาให้สาว ๆ ได้ลองปฏิบัติกันดูค่ะ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่ารอช้า รีบมาฟิตพุงด้วยวิธีต่อไปนี้กันเลย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง
1. ควบคุมอาหาร

เริ่มต้นจากการงดรับประทานพวกขนมขบเคี้ยว อาหารที่มีไขมัน อาหารทอด ๆ มัน ๆ และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ๆ โดยเด็ดขาด พร้อม ๆ กับควบคุมปริมาณอาหารด้วย โดยให้ลดปริมาณและมื้ออาหารให้น้อยลง ซึ่งปกติอาจจะรับประทาน 3-4 มื้อ ให้ลดเหลือเพียง 2 มื้อ และลดปริมาณข้าวให้น้อยลงครึ่งหนึ่ง และนอกจากนี้ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่มีผลช่วยในการควบคุมน้ำหนักควบคู่กันไปด้วย เช่น ผัก ผลไม้ พริกไทย และนมเปรี้ยว เป็นต้น ซึ่งอาหารพวกนี้จะช่วยย่อยอาหาร และเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอลดหน้าท้อง

การควบคุมอาหารควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องก็มีอยู่หลายวิธี แต่ที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ก็คือ การออกกำลังกายโดยการซิทอัพ ถึงแม้จะเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบเบสิก แต่รับรองว่าได้ผลชัวร์ โดยให้เริ่มจากการซิทอัพ 20 ครั้งต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยให้ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทั้งนี้อาจจะออกกำลังกายอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย อย่าง จ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน อย่างน้อย 20-30 นาที จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันออกไปได้ดียิ่งขึ้น

3. นอกพักผ่อนให้เพียงพอลดหน้าท้อง

ใครที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ สิ่งสำคัญคือต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ คือ ก่อน 4 ทุ่ม (นอนพักผ่อนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง) เพราะจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมยังจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกำจัดไขมันส่วนเกินได้ด้วย

4. ฝึกการหายใจเข้าออก

การหายใจมีส่วนอย่างมากในระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย แถมยังจะช่วยให้รู้สึกอิ่มจากอาหารแต่ละมื้อนานขึ้นและลดอาการอยากอาหารให้น้อยลงได้ด้วย โดยการหายใจที่ถูกต้องคือ จะต้องหายใจอย่างช้า ๆ และลึก ๆ และทุกครั้งที่หายใจเข้าหน้าท้องจะป่องออกเพื่อรับลมเข้าและแบนลงเมื่อหายใจออก โดยฝึกให้เป็นนิสัย เช่น เวลาว่าง ๆ ให้ลองนั่งหรือยืนตัวตรงในท่าสบายแล้วค่อย ๆ เริ่มหายใจเข้าออกช้า ๆ เป็นจังหวะ ทำวันละ 10 นาที รับรองระบบเผาผลาญจะดีขึ้นอย่างแน่นอนจ้า

5. ดีท็อกซ์ลำไส้

การดีท็อกซ์ลำไส้ทำได้โดยการรับประทานโยเกิร์ตบ่อย ๆ จะถือเป็นการทำความสะอาดไขมันที่เกาะอยู่ที่ลำไส้ ซึ่งไขมันเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหาร ตับ และม้าม เกิดการดูดซึมได้น้อยมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในส่วนของม้ามที่ชื้นจะยิ่งทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่ายขึ้น เมื่อทำการขจัดไขมันเหล่านี้ออกไปด้วยการดีท็อกซ์จะช่วยทำให้หน้าท้องเล็กลงตามไปด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนที่กระปุกดอทคอมเอามาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ เชื่อว่าคุณสาว ๆ สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่อย่าลืมทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ และมีวินัยในตัวเองด้วยนะคะ รับรองว่าพุงสลาย ไขมันหด เหลือแต่หน้าท้องแบนราบได้ในเร็ววันอย่างแน่นอนจ้า ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ สาเหตุของสิวอักเสบในบรรดาสิวทั้งหลาย

สิวอักเสบ สาเหตุของสิวอักเสบในบรรดาสิวทั้งหลาย ต้องยอมรับเลยว่า “สิวอักเสบ” นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วย สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หนึ่งในสิวอักเสบที่เรารู้จักกันดีคือ “สิวหัวหนอง” แต่นอกจากสิวหัวหนองแล้ว ก็ยังมีสิวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตามลักษณะและความยากง่ายในการรักษา เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักสิวอักเสบแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่าสิวอักเสบที่มันผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเรานั้นจัดเป็นสิวอักเสบประเภทใด

ประเภทของสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบที่พัฒนามาจากสิวอุดตันและสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของเรา เป็นสิวที่รักษาได้ง่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นละก็ ก่อนนอนให้โปะด้วยคลินดามัยซินลงบนหัวสิว พอตื่นมาสิวก็จะไม่เพิ่มขนาดขึ้น แถมยังช่วยลดความแข็งของหัวสิวลงได้อีกด้วย แต่สำหรับบางคนยาชนิดนี้อาจออกฤทธิ์ดีจัด จนทำให้สิวยุบลงไปเลยก็มี
สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) สิวอักเสบหัวหนองแบบแรกจะเป็นสิวแบบตื้น ๆ รับมือได้ง่าย ไม่มีอาการเจ็บ มีลักษณะเป็นหนองเกาะนูนอยู่บนผิว โดยปกติแล้วถ้าเราจะใช้บีพี (BP หรือ Benzoyl peroxide) เป็นประจำ สิวอักเสบหัวหนองแบบตื้นก็แทบจะไม่มากวนใจเราเลย ส่วนอีกแบบจะเป็นสิวอักเสบแบบลึก จะใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่าแบบแรก แถมยังเจ็บอีกด้วย เป็นสิวที่พัฒนามาจากแบบแรกจนกลายร่างเป็นแบบลึก เพราะเราปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งมันตั้งแต่แรก ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ให้รีบรักษา เพราะถ้าลุกลามไปมากกว่านี้จะรักษาได้ยากและทิ้งรอยไว้ให้หนักใจกันนานเลยทีเดียว
สิวอักเสบแบบตุ่มแดงก้อนลึก (Nodule) จะมีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง แต่สิวแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและจะรู้สึกได้ว่ามันแข็งเป็นไต เมื่อสัมผัสหรือกดดูจะรู้ว่าสิวนั้นลึกลงไปถึงข้างใน ไม่ใช่แข็งเป็นไตนูนแค่บนผิว สิวแบบนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะยุบ แต่ถ้าเราดูแลดี ๆ สิวชนิดนี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้าของเรา (ไม่สนับสนุนให้กด เพราะยิ่งกดจะยิ่งเห่อ)
สิวอักเสบแบบถุงใต้ผิวหนัง (Cyst acne) ถ้าเป็นสิวชนิดนี้แนะนำว่าให้รีบไปหาหมอโดยด่วน อย่าคิดรักษาด้วยตัวเองหรือลองใช้อะไรด้วยตัวเอง เพราะสิวชนิดนี้นับว่าเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ รูปร่างไม่จำกัดอยู่แค่รูปวงกลมเท่านั้น เพราะบางทีก็เป็นตุ่มแดง ๆ บางทีก็เป็นถุงที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งมักจะอยู่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เมื่อเจ้าสิวชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใจเย็นกับการรักษา หยุดทุกการกระทำกับใบหน้า เรื่องแต่งหน้าเลิกคิดไปได้ แล้วรีบไปหาหมอ แล้วอย่าลืมทำใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีรอยแผลเป็นแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษาสิวให้หายก่อน ส่วนรอยแผลเป็นต่าง ๆ เดี๋ยวค่อยมาหาทางรักษาทีหลังก็ยังไม่สาย สิวอักเสบ.

วิตามินซี ในรูปแบบของอาหารเสริมเป็นวิตามินที่รับประทาน

วิตามินซี ในรูปแบบของอาหารเสริมเป็นวิตามินที่รับประทาน กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด มีจำหน่ายหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด แคปซูล ลูกอม เม็ดแบบแตกตัวช้า แบบผง แบบเคี้ยว น้ำเชื่อม หรือเรียกได้ว่าแทบจะทุกรูปแบบ วิตามินซี.

วิตามินซี
วิตามินซีบริสุทธิ์ คือรูปที่แปลงมาจากน้ำตาลเดกซ์โทรสจากข้าวโพด (แม้จะไม่มีข้าวโพดหรือเดกซ์โทรสหลงเหลืออยู่เลย)
ความแตกต่างระหว่างวิตามินซีจากธรรมชาติ หรือแบบอินทรีย์ (ออแกนิค) และกรดแอสคอร์บิกสังเคราห์โดยทั่วไป คือความยากง่ายในการย่อยและการดูดซึม ซึ่งต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน
อาหารเสริมวิตามินซีที่ดีที่สุดคือวิตามินซีที่ประกอบไปด้วย ไบโอฟลาโวนอยด์ เฮาเพอริดิน และรูติน (บางครั้งอาจเห็นชื่อในฉลากว่า เกลือซิตรัส)
วิตามินซีในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลส่วนมากจะมีขนาดตั้งแต่ 100 – 1,000 mg. ส่วนในรูปแบบผงละลายน้ำจะมีขนาดประมาณ 5,000 mg. ต่อช้อนชา
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับวิตามินซีเสริมอาหารคือ 500 – 4,000 mg.
อะซีโรลาซี (Acerola C) คือ วิตามินซีที่สกัดมาจากผลอะซีโรลาเบอร์รี่
วิตามินซีจากโรสฮิปหรือผลกุหลาบ จะมีไบโอฟลาโวนอยด์และเอนไซม์อื่น ๆ ที่ช่วยให้วิตามินซีแตกตัวได้ดี ถือเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่ดีที่สุด
ประโยชน์ของวิตามินซี
ประโยชน์ของวิตามินซีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
การรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด
ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
ประโยชน์วิตามินซี ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด
ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนโตรซามีน (สารก่อมะเร็ง)
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ประโยชน์ของวิตามินซี ช่วยลดความดันเลือด
ช่วยลดการเกิดเส้นเลือดเลือดอุดตัน ในหลอดเลือดดำ
ช่วยต่อชีวิตให้เซลล์โดยช่วยให้โปรตีนในเซลล์เกาะเกี่ยวกันได้ดีขึ้น
ช่วยเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก
เป็นยาระบายตามธรรมชาติ
เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ช่วยลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด
ช่วยเร่งให้แผลหลังผ่าตัดหายเร็วยิ่งขึ้น
ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้ให้หายเร็วยิ่งขึ้น วิตามินซี.

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย (Crows magazine) แต่ไหนแต่ไรมาจะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวมักห่วงเรื่องความหล่อความสวย ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ไม่มีใครยอมที่จะหยุดพัฒนาความงามของตัวเองกันเลย ยังอยากที่จะเสริมนั่นเติมนี่ เพื่อแก้จุดด้อยอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วก็คงหาได้ยากสำหรับท่านที่คิดว่าพอแล้วกับรูปร่างหน้าตาในปัจจุบัน ถ้ามีเงิน… ฉันก็ยังจะทำโน่นนี่นั่นอยู่ดี อย่าเถียงนะคะว่าคุณเองไม่เคยคิด นี่แหละค่ะที่ทำให้สถานเสริมความงาม สถานแก้ไขจุดบกพร่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก้ไขปมด้อย ถือกำเนิดเติบโตขึ้นเร็วมาก ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน วันนี้ จะนำวิธีลดความอ้วนอันเป็นปมด้อยของผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แบบไม่เสียเงินที่มีอยู่น้อยนิด มาแนะนำกันค่ะ

ว่าไปคนอ้วนนี่ก็แปลก เวลาปกติคิดว่าตัวเองอ้วนตลอดเวลา ยกเว้น “เวลากิน” นี่ลืมไปเลยว่าอ้วน และบางครั้ง “ความอ้วน” ก็ทำให้เราพลาดในอะไรหลาย ๆ สิ่ง เห็นด้วยไหมคะ? ถ้าเห็นด้วยมาลดน้ำหนักกันดีกว่าค่ะ จำไว้อย่างนะคะว่า การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ แม้ได้ผลช้า แต่ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และยังได้ผลที่ถาวรกว่าวิธีเร่งด่วนอีกด้วยค่ะ ฉะนั้น เรามาตั้งใจ และมุ่งมั่นไปด้วยกันนะคะ
1.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการลดน้ำหนัก โดยอาจจินตนาการว่า คุณต้องการมีรูปร่างอย่างไร และต้องการลดกี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ อย่าใจร้อนรีบลดจนเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลก็คือ ความรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นน้ำหนักตัวไม่ขยับลงอย่างที่ควรจะเป็น

2.เพิ่มปริมาณน้ำ น้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายด้วยลดความอ้วน

3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ (ย้ำว่าครบทุกมื้อ) ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทานเกินขนาดในมื้อต่อไป

ทานข้าวกล้อง แทนข้าวสวยลดความอ้วน

ทานข้าวโอ๊ต แทนซีเรียล

เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ แทนน้ำสลัดธรรมดา

ทิ้งอาหารขยะไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก

ทานของหวาน ของมัน ของทอด ให้น้อยลง โดยกำหนดว่าจะทานกี่ครั้งต่อสัปดาห์

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ทานช้า ๆ จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น

ทานมังสวิรัติ 1 วัน/สัปดาห์ มาทานผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

อย่าเอาอะไรเข้าปากหลังสองทุ่ม

4.ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย และไม่เครียด เนื่องจากมีแนวโน้มว่า คนที่มีความเครียดเป็นประจำ มักจะทานอาหารมากกว่าปกติ และทานจุบจิบบ่อย ๆ

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ คุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งในขณะที่ทำงาน หรืออยู่บ้าน เช่น หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็สามารถขยับต้นคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลุกขึ้นบิดตัวไปมาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียน หรือทำงานบ้านด้วย ลดความอ้วน.

ลดต้นขา ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย

ลดต้นขา ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัว

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บลดต้นขา

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะลดต้นขา

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือ

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดต้นขา.

ขาแตกลาย เรานำแก้ปัญหารอยด่างดำและอาการขาลาย

ขาแตกลาย เรานำแก้ปัญหารอยด่างดำและอาการขาลาย ลองเอา 4 สูตรสครับนี้ไปทำตามกันดูค่ะ มาฝากกันค่ะ สาวๆ คนไหนที่กำลังกลุ้มใจว่าทำอย่างไรขาจึงจะสวยซักที  ขาแตกลาย.

ขาแตกลาย

ขาแตกลาย

1. สครับขาด้วยดินสอพอง
ผสมดินสอพองกับน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้น จากนั้นนำมาพอกขาหรือแต้มลงบนจุดด่างดำ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำวันเว้นวันจะช่วยลดรอยต่างๆ ที่ขาได้ค่ะขาแตกลาย
2. สครับขาด้วยมะขามเปียกผสมขมิ้น
นำน้ำมะขามเปียกผสมกับขมิ้นผง จากนั้นนำใยบวบที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วชุบน้ำมะขามเปียก ค่อยๆ ขัดวนลงบนผิวหนังที่มีรอยด่างดำหรือจะขัดทั่วทั้งขาก็ได้ จากนั้นจึงค่อยล้างน้ำออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถใช้กับบริเวณหัวเข่า ตาตุ่มหรือบริเวณที่มีผิวหนังด้านได้เช่นกันค่ะขาแตกลาย
3. สครับขาด้วยมะกรูด
นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นนำไปขัดวนเบาๆ ให้ทั่วทั้งขาโดยเฉพาะบริเวณที่มีจุดด่างดำ จากนั้นล้างออกให้สะอาด ควรทำเป็นประจำวันเว้นวันหรืออาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง รอยด่างดำจะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ขาแตกลาย.

แก้แขนลาย หลายคนไม่สามารถทนเห็นหรือยอมให้ขาของตัวเอง

แก้แขนลาย หลายคนไม่สามารถทนเห็นหรือยอมให้ขาของตัวเอง กลายเป็น “ลายจุด” แบบนี้ไปได้นาน ๆ (จริงมั้ย) วันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับรักษาอาการขาลาย ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ แถมยังทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปกว้านหาซื้อครีมราคาแพง ๆ ให้วุ่นวาย แก้แขนลาย.

แก้แขนลาย
แก้แขนลาย เพียงแค่เพื่อน ๆ นำน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพอง คนให้มันเข้ากันพอหมาด ๆ แล้วนำมาทาพอกขาบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ หรือรอยยุงกัด ทาทุกคืนก่อนนอน ไม่นานรอยด่างดำนั้นจะค่อย ๆ จางหายไปเองค่ะ โอ้วว้าว… ง่ายมาก ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อน ๆ ต้องจำไว้อย่างนึงว่า อาการขาลายเนี่ยมันเกิดขึ้นง่าย แต่จะให้มันหายไปแบบทันใจนั้นยาก ฉะนั้น อย่าไปรีบร้อน เพราะอาจต้องใช้เวลากับมันสักหน่อย ค่อย ๆ รักษาไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองค่ะ
สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย แขนลาย ทําไงดีแก้แขนลาย

ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกัน มีดังนี้แก้แขนลาย
สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
ยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม
น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ
น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ
กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน
อาหารเสริม ผิวขาว เนียนใส อย่างมีประสิทธิภาพปฏิเสธไม่ได้ว่า ผิวขาวใสกำลังเป็นกระแสนิยมของสาวๆ สมัยนี้ ปุ้ยเองก็อยากจะขาวกับเค้าเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เป็นคนผิวดำคล้ำ แต่ก็อยากจะขาวแบบมีออร่า ไปไหนมาไหนก็เป็นที่สะดุดตาค่ะ
ซึ่งปุ้ยก็เคยพยายามลองทั้งกินทั้งฉีดกลูต้า แต่มันก็ไม่ได้มีวี่แววว่าจะขาวขึ้นมาได้เหมือนคนอื่น แก้แขนลาย.

แขนลาย ปัญหาที่มีความร้ายแรงมากที่เดียวเพราะผิวที่แห้งมากๆ

แขนลาย ปัญหาที่มีความร้ายแรงมากที่เดียวเพราะผิวที่แห้งมากๆ ที่ขา บริเวณใต้ศอก และแขนที่ต่ำ จะแห้งหยาบเป็นสะเก็ด ทำให้เคลื่อนไหวค่อนข้างยาก ถ้าหารู้สึกคันและเกา ก็อาจจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย สำหรับวิธีป้องกันปัญหาแขนลายที่เกิดขึ้นจากการผิวขาดความชุ่มชื้น มีดังต่อไปนี้

1.พยายามอย่าออกไปข้างนอกในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รังสีของดวงอาทิตย์แรงมากที่สุด และอย่าหลงกลเมฆที่ครึ้มทั่วท้องฟ้า เพราะรังสีจากดวงอาทิตย์สามารถทะลุผ่านเมฆเหล่านั้นได้

2.เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF จำนวน 15 ขึ้นไป และควรทาทุกครั้งที่คุณสาวๆอยู่ในสระว่ายน้ำ หรือทะเล ซึ่งควรจะสังเกตฉลากข้างขวดด้วยว่าเป็นครีมกันแดดแบบกันน้ำหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่แล้วล่ะก็ น้ำจากการทำกิจกรรมเหล่านี้จะชะล้างสารปกป้องผิวจากรังสีของดวงอาทิตย์ออกไปจนหมดแขนลาย

3.ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และควรทาก่อนการออกแดดประมาณ 15-30 นาที ซึ่งปริมาณการทาครีมกันแดดจะมาก และบ่อยครั้งขึ้นอยู่กับกิจกรรมของคุณ เช่น การว่ายน้ำ ปริมาณเหงื่อที่ออก การขัดถูผิวของตัวคุณด้วยผ้าขนหนู เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดน้อยลงแขนลาย
4.สวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องแสงแดด หมวกปีกขนาดใหญ่จะช่วยปกป้องลำคอ หู ตา และหัว ในขณะที่แว่นตากันแดด ควรเลือกแบบที่สามารถป้องกันรังสีจากแสงแดดได้ 99-100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรสวมใส่เสื้อแบนยาว กางเกง หรือกระโปรงยาวด้วย

5.หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกหนัง พยายามอย่าใช้ Sunlamps เครื่องหนังหรือเตียงฟอกหนัง ซึ่งสารเคมีในสารฟอกอาจจะส่งผลทำให้แขนลายขึ้น เนื่องจากเป็นสารที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา

6.เลิกบุหรี่ บุหรี่ทำลายสุขภาพของผิว จนกระทั้งเกิดเป็นริ้วรอยแขนลายมากขึ้นกว่าเดิม แขนลาย.

หน้าท้องลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมัน

หน้าท้องลาย  เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมัน ที่มีการสะสม มากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่ายหน้าท้องลาย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลมหน้าท้องลาย
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ หน้าท้องลาย.