กระ ฝ้า ผิวหน้า เป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว

กระ ฝ้า ผิวหน้า เป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว เรื่องฝ้า กระและจุดด่างดำหากใบหน้าสาวคนไหน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ แน่นอนว่าคุณจะรู้สึกเขินอาย จนไม่อยากออกจากบ้านไปไหนด้วยซ้ำเพราะสมัยนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องความสวยความงามกัน ใบหน้าต้องโดดเด้ง ใส ขาวเนียนกระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันกระ ฝ้า
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้กระ ฝ้า
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

กระ ฝ้า  วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้าวิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อคอสแพงๆในการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ หรือสารเคมีลอกฝ้า เรามาลองเยียวยารักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติกันก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรนั้นดี และเห็นผลจริงขนาดไหน! กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าวกระ ฝ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน
นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียวกระ ฝ้า

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้า

เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล)

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า
ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แตงกวา

แตงกวา มีวิตามินซี ฟอสฟอรัส เมทิโอนิน และมีสารซิสทิน ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ช่วยรักษาฝ้า ให้ค่อยๆจางลง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้หน้าเนียนนุ่ม รูขุมขนเล็กลง ชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการไหม้แดดได้ดี ผิวหน้าผ่อนคลายดียิ่งขึ้น

วิธีใช้แตงกวา รักษาฝ้า
ปั่นแตงกวาให้ละเอียดนำมาพอกหน้าให้ทั่ว เว้นตา ปาก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือจะฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ นำมาโปะพอกหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้น รอยดำ ฝ้า กระ จางลงได้เป็นอย่างดี

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย มะนาว

มะนาว มีกรด AHA และ VitaminC ที่สูงมาก ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวที่มีรอยดำคล้ำ ให้ค่อยๆหลุดลอกได้เป็นอย่างดี แถมยังลดปัญหาผิวมัน และการเกิดสิวได้ พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เนียนนุ่มมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ (สำหรับใครที่มีผิวบอบบางควรทดสอบก่อนใช้ด้วยนะคะ)

วิธีใช้น้ำมะนาว รักษาฝ้า
นำน้ำมะนาว 1 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นำมานวดใบหน้า 2-3 นาที และพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ยิบๆเล็กน้อย แล้วอาการยิบๆจะทุเลาลงได้ ทำ 3-4 วัน ต่อสัปดาห์ เท่านี้รอยฝ้า หน้าหมองก็จะจางลง ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการเกิดสิว และผิวมันได้ดีอีกด้วย ทั้งถูกและดีจริงๆ (ผิวบอบบางไม่ควรใช้มะนาวอย่างเดียวในการพอกหน้านะคะ) กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป

กระ ฝ้า  เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า  การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัดกระ ฝ้า
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมาก

กระ ฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมาก ในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้กระ ฝ้า
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อคอสแพงๆในการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ หรือสารเคมีลอกฝ้า เรามาลองเยียวยารักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติกันก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรนั้นดี และเห็นผลจริงขนาดไหน! กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าวกระ ฝ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน
นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียว

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้ากระ ฝ้า

เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล)

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า
ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แตงกวา

แตงกวา มีวิตามินซี ฟอสฟอรัส เมทิโอนิน และมีสารซิสทิน ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ช่วยรักษาฝ้า ให้ค่อยๆจางลง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้หน้าเนียนนุ่ม รูขุมขนเล็กลง ชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการไหม้แดดได้ดี ผิวหน้าผ่อนคลายดียิ่งขึ้น

วิธีใช้แตงกวา รักษาฝ้า
ปั่นแตงกวาให้ละเอียดนำมาพอกหน้าให้ทั่ว เว้นตา ปาก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือจะฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ นำมาโปะพอกหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้น รอยดำ ฝ้า กระ จางลงได้เป็นอย่างดี

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย มะนาว

มะนาว มีกรด AHA และ VitaminC ที่สูงมาก ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวที่มีรอยดำคล้ำ ให้ค่อยๆหลุดลอกได้เป็นอย่างดี แถมยังลดปัญหาผิวมัน และการเกิดสิวได้ พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เนียนนุ่มมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ (สำหรับใครที่มีผิวบอบบางควรทดสอบก่อนใช้ด้วยนะคะ)

วิธีใช้น้ำมะนาว รักษาฝ้า
นำน้ำมะนาว 1 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นำมานวดใบหน้า 2-3 นาที และพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ยิบๆเล็กน้อย แล้วอาการยิบๆจะทุเลาลงได้ ทำ 3-4 วัน ต่อสัปดาห์ เท่านี้รอยฝ้า หน้าหมองก็จะจางลง ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการเกิดสิว และผิวมันได้ดีอีกด้วย ทั้งถูกและดีจริงๆ (ผิวบอบบางไม่ควรใช้มะนาวอย่างเดียวในการพอกหน้านะคะ) กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า และจุดด่างดำเป็นปัญหาด้านผิวพรรณ

กระ ฝ้า และจุดด่างดำเป็นปัญหาด้านผิวพรรณ ที่อาจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุส่วนใหญมักจะมาจากการสัมผัสกับแสงแดด หรือไฟที่ถูกทำขึ้นเลียนแบบด้วงอาทิตย์ ที่สามารถปล่อยรังสีอีลตราไวโอเลตออกมาได้ เมื่อผิวสัมผัสกับรังสียูวี อัตราการผลิตเม็ดสีเมลานิลจะเพิ่มสูงมากขึ้น เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดในอนาคต กระ ฝ้า และจุดด่างดำ เกิดขึ้นจากการกระจายตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ ของเม็ดสีเมลานิล ทำให้เกิดจุดที่ผิดปกติ เป็นผิวหนังกระจายเป็นจุดๆ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิปัญหาด้านผิวพรรณเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะรีบจัดการปัญหาเหล่านี้ให้หายไปอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งหนึ่งวิธีการจัดการอย่างได้ผล คือ การเลือกใช้ ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ในการบำรุงผิวพรรณให้กลับมาเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอเหมือนเดิมอีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบัน ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดก็มีอยู่อย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ที่น่าสนใจในฐานะ ครีมรักษากระที่ดีที่สุด จะมีอะไรกันบ้างนั้น คุณสามารถติดตามอ่าน ได้จากบทความชิ้นนี้กันเลยกระ ฝ้า

ครีมรักษากระที่ดีที่สุด เลือก ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า อย่างไรให้โดนใจ
สำหรับการเลือก ครีมรักษากระที่ดีที่สุด เลือก ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า อย่างไรให้โดนใจ นั้น สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยการพิจราณาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ดังต่อไปนี้

1.Hydroquinone และกรดโคจิก โดยส่วนใหญ่แล้ว ครีมรักษากระที่ดีที่สุด จะมีปริมาณของ Hydroquinone ผสมอยู่ไม่เกิน 2% หากสูงกว่านั้น จำเป็นที่จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ สารเหล่านี้ สามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้น หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนแรก และจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อทำการใช้ร่วมกับครีมกันแดด และการหลีกเลี่ยงแสงแดดกระ ฝ้า

2. Retin-A หรือ กรดวิตามินเอ นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของ ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ด้วยการช่วยปรับสภาพของสีผิวให้ขาวเนียนมากขึ้น เมื่อมีการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

3.ครีมกันแดด เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ควรปรับนำมาใช้ควบคู่กับ ครีมรักษา กระ ฝ้า จุดด่างดำ ฝ้า โดยควรเลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF อย่างน้อย 50 เพื่อปกป้องผิวพรรณของคุณ พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้า หมวกปีก ที่ช่วยในการปกป้องแสงแดด และพยายามหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ ส่องแสงแรงกล้ามากที่สุด ในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า ผิวหน้าเป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว

กระ ฝ้า ผิวหน้าเป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว เรื่องฝ้า กระและจุดด่างดำหากใบหน้าสาวคนไหน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ แน่นอนว่าคุณจะรู้สึกเขินอาย จนไม่อยากออกจากบ้านไปไหนด้วยซ้ำเพราะสมัยนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องความสวยความงามกัน ใบหน้าต้องโดดเด้ง ใส ขาวเนียน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ทำให้กระแส การทำหน้าใส ไร้ปัญหาผิวหน้ามีอยู่ทุกเพศทุกวัย ซึ่งคนที่ไม่อยากจะเสียตังค์ ก็หันมาใช้สมุนไพรธรรมชาติ

ซึ่งก็สามารถช่วยทำให้เห็นผลได้เช่นกัน เพราะมีสมุนไพรธรรมชาติบางตัวที่สามารถและรักษาปัญหาผิวหน้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

สมุนไพรธรรมชาติอะไรบ้างที่ช่วยรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ?

สุดยอดสมุนไพร ลดเลือน ฝ้า สารสกัดจากพืช (Garden Cress Sprouts) ที่อยู่ในรูปของ Liposome มีสารสำคัญ คือ Sulforaphane ออกฤทธิ์เป็น Whitening agent

โดยยับยั้งการทำงานของ MSH ซึ่งเป็น hormone ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสี และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี
ว่านหางจระเข้

สุดยอด สมุนไพรธรรมชาติ ที่เป็นสมุนไพรไทยที่สามารถหาได้ทั่วไปคือ ว่านหางจระเข้ เพราะเป็นสมุนไพรธรรมชาติกระ ฝ้า

ที่มากด้วยสรรพคุณ และสามารถเยียวยาปัญหาผิวได้สารพัดเป็นสมุนไพรธรรมชาติ ที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

ช่วยป้องกันและแก้ปัญหาสิว ฝ้า และกระรวมถึงจุดด่างดำ ซึ่งใครที่เป็นสิวเพียงนำวุ้นสดของว่านหางจระเข้ทาเช้า-เย็นโดยไม่ต้องล้างออก

ไม่นานปัญหาสิวก็จะลดลง สภาพผิวหน้าก็จะค่อยๆ ดีขึ้น เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยลดเลือนทั้งฝ้า กระและจุดด่างดำให้จางลงได้ดีอีกด้วย

น้ำมะนาวและหัวไชเท้ากระ ฝ้า

สำหรับสาวคนไหนที่ใบหน้ามีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำให้ปอกเปลือกหัวไชเท้าออกสับหรือปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำมะนาวคนให้เข้ากัน

นำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที ทำเป็น รับรองว่าปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆ จางลง

มะนาว และหัวไชเท้า ซึ่งเป็นสมุนไพรธรรมชาติ อีกตัวที่จะช่วยเผยผิวหน้าคุณให้ขาวใสขึ้น

ขมิ้นชัน

เป็นสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งอย่างเพื่อผิวพรรณที่ผุดผ่องอย่างขมิ้นชัน ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง

และเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยสมานผิวแก้ปัญหาผดผื่นคันได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีสิว

โดยนำขมิ้น มาผสมกับปูนแดงและน้ำมะนาว คนให้เข้ากันแล้วใช้แต้มสิวให้ยุบลง หรือจะนำมาผสมกับดินสอพอง และมะขามเปียก เพื่อพอกหน้า พอกผิวกายให้ไร้ปัญหาผิวด่างดำได้ด้วย

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าเรื่องรอยสิว ฝ้า กระหรือจุดด่างดำ สามารถนำน้ำมะนาว ผสมน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วทาหน้าทิ้งไว้แล้วค่อยล้างออก

ซึ่งกับการใช้สมุนไพรธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ เท่านี้ผิวหน้าคุณก็จะกระจ่างใส และช่วยลดเลือนทุกปัญหาผิวได้แล้ว

สุดท้าย อย่าลืมทาครีมกันแดด จะได้ช่วยปกป้องฝ้า และกระไม่ให้มากวนใจมากขึ้น กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลและมีขนาดเล็ก

กระ ฝ้า  มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลและมีขนาดเล็ก ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน สามารถเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มคนผิวขาว พบได้ตั้งแต่วัยเด็ก และสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าพัฒนาความรุนแรงไปตามวันกันเลยทีเดียว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ซึ่งกระบวนการที่ทำให้เกิดกระก็เหมือน ๆ กับการเกิดฝ้า คือ เม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานผิดปกติจนทำให้บริเวณนั้น ๆ มีสีเข้มขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกตินั้น ส่วนมากจะเกิดจากพันธุกรรมและแสงแดด ในส่วนของพันธุกรรมจะเป็นตัวที่ทำให้มีกระตั้งแต่ในวัยเด็ก ส่วนแสงแดดจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระนั้นมีขนาดใหญ่และมีสีคล้ำขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดกระใหม่ได้อีกด้วยสำหรับการรักษากระนั้นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทั้งนี้เป็นเพราะเรา

วิธีรักษากระ ฝ้า
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระได้ง่าย คุณต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป (ถ้าจะเป็นต้องตากแดดเกือบทั้งวัน ก็ควรทาครีมแดดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าครีมกันแดดยังมีปริมาณเพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด) รวมไปถึงยาคุมกำเนิดที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อการเกิดกระและฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการคุมกำเนิดก็อาจจะหันมาเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะพลาสเตอร์แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมอีกที
เลือกใช้ครีมบำรุง นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวท์เทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้กระ ฝ้า
ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ และนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง ส่วนกรดวิตามินเอก็สามารถช่วยเร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกจำกัดออกไปได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รักษาด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ตัวยาชนิดนี้สามารถให้ผลดีและทำให้กระของคุณจางลงได้เร็วมาก เพราะมันสามารถเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้นั่นเอง แต่มันก็มีผลข้างเคียงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดคือ มันอาจทำให้กระและฝ้าคล้ำลงเมื่อเจอแสงแดดหากคุณไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญสารชนิดนี้อาจเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างเนื้อเยื่อให้อ่อนแอลง จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังที่ร้ายแรงกว่า “กระ” ที่เป็นอยู่ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทางทาง อย. สั่งห้ามไม่ให้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนวางขายได้ทั่วไป แต่แพทย์เท่านั้นที่สามารถจ่ายครีมที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนได้ โดยสามารถนำสารชนิดนี้มาผสมในครีมได้ไม่เกิน 2% เห็นไหมละว่ามันต้องใช้อย่างระมัดระวังจริง ๆ
เลเซอร์รักษากระ การรักษาแบบนี้จะเป็นการยิงคลื่นแสงลงไปถึงชั้นผิวด้านใน เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับผลัดเซลล์เซลล์ผิวได้ไวยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็สัมพันธ์กับเงินที่จ่าย เพราะเครื่องเลเซอร์นั้นมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ คุณภาพและราคาก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น Q Switched Nd YAG, Carbon dioxide laser, Medlite C6, Spectra VRM, MDL, DFML Laser, SPM, Helios, DHL แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนที่คุณจะเอาหน้าไปฝากหมอทำเลเซอร์ คุณต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าเราได้เอาหน้าไปฝากไว้กับผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เพราะกระมีหลายชนิดหลายประเภท การรักษาด้วยเครื่องมือแต่ละชนิดอาจให้ผลไม่เหมือนกัน (ภาพ : pantip.com by PORRER)
เลเซอร์กระ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน

กระ ฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลงกระ ฝ้า
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัดกระ ฝ้า
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า คือรอยด่างดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า

กระ ฝ้า คือรอยด่างดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลและมีขนาดเล็ก ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน สามารถเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มคนผิวขาว พบได้ตั้งแต่วัยเด็ก และสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าพัฒนาความรุนแรงไปตามวันกันเลยทีเดียว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ซึ่งกระบวนการที่ทำให้เกิดกระก็เหมือน ๆ กับการเกิดฝ้า คือ เม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานผิดปกติจนทำให้บริเวณนั้น ๆ มีสีเข้มขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกตินั้น ส่วนมากจะเกิดจากพันธุกรรมและแสงแดด ในส่วนของพันธุกรรมจะเป็นตัวที่ทำให้มีกระตั้งแต่ในวัยเด็ก ส่วนแสงแดดจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระนั้นมีขนาดใหญ่และมีสีคล้ำขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดกระใหม่ได้อีกด้วยสำหรับการรักษากระนั้นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทั้งนี้เป็นเพราะเรากระ ฝ้า

วิธีรักษากระกระ ฝ้า
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระได้ง่าย คุณต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป (ถ้าจะเป็นต้องตากแดดเกือบทั้งวัน ก็ควรทาครีมแดดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าครีมกันแดดยังมีปริมาณเพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด) รวมไปถึงยาคุมกำเนิดที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อการเกิดกระและฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการคุมกำเนิดก็อาจจะหันมาเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะพลาสเตอร์แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมอีกที
เลือกใช้ครีมบำรุง นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวท์เทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้
ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ และนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง ส่วนกรดวิตามินเอก็สามารถช่วยเร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกจำกัดออกไปได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รักษาด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ตัวยาชนิดนี้สามารถให้ผลดีและทำให้กระของคุณจางลงได้เร็วมาก เพราะมันสามารถเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้นั่นเอง แต่มันก็มีผลข้างเคียงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดคือ มันอาจทำให้กระและฝ้าคล้ำลงเมื่อเจอแสงแดดหากคุณไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญสารชนิดนี้อาจเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างเนื้อเยื่อให้อ่อนแอลง จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังที่ร้ายแรงกว่า “กระ” ที่เป็นอยู่ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทางทาง อย. สั่งห้ามไม่ให้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนวางขายได้ทั่วไป แต่แพทย์เท่านั้นที่สามารถจ่ายครีมที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนได้ โดยสามารถนำสารชนิดนี้มาผสมในครีมได้ไม่เกิน 2% เห็นไหมละว่ามันต้องใช้อย่างระมัดระวังจริง ๆ
เมโสรักษากระ (Mesotherapy) หลักการคือการใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ เพื่อเป็นการกระจายตัวยาที่ใช้รักษากระลงสู่ชั้นเซลล์ที่มีปัญหา โดยจะฉีดลึกลงไปประมาณ 1-2 ม.ม. ระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร เฉพาะบริเวณที่มีปัญหากระและฝ้า และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 อาทิตย์ ราคาทำต่อคอร์สก็ประมาณ 1 หมื่นบาทครับ (วิธีนี้ถ้าจะหวังผลการรักษาให้เป็นที่พอใจคงยากครับ ผมคิดว่าอย่างมากก็แค่ช่วยทำให้กระจางลงเท่านั้นครับ)
เลเซอร์รักษากระ การรักษาแบบนี้จะเป็นการยิงคลื่นแสงลงไปถึงชั้นผิวด้านใน เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับผลัดเซลล์เซลล์ผิวได้ไวยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็สัมพันธ์กับเงินที่จ่าย เพราะเครื่องเลเซอร์นั้นมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ คุณภาพและราคาก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น Q Switched Nd YAG, Carbon dioxide laser, Medlite C6, Spectra VRM, MDL, DFML Laser, SPM, Helios, DHL แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนที่คุณจะเอาหน้าไปฝากหมอทำเลเซอร์ คุณต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าเราได้เอาหน้าไปฝากไว้กับผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เพราะกระมีหลายชนิดหลายประเภท การรักษาด้วยเครื่องมือแต่ละชนิดอาจให้ผลไม่เหมือนกัน (ภาพ : pantip.com by PORRER)
เลเซอร์กระ
รักษาด้วยเครื่อง IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องที่ให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่รอยกระ ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่าจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ส่งผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกทำลายและลดจำนวนลง มีผลทำให้กระดูจางลง (แต่ไม่หาย) หากทำตั้งแต่ 2-3 ครั้งขึ้นไป แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำการรักษาโดยผู้ที่ขาดความรู้และความชำนาญ กระ ฝ้า.