สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า comedo หรือ comedones

สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า comedo หรือ comedones ซึ่งมีความหมายมาจากภาษาละตินที่แปลว่ามีลักษณะคล้ายหนอน เนื่องจากเวลาเราบีบหรือกดก็จะเห็นไขมันออกมาเป็นเส้นยาวๆคล้ายกับหนอน และเราจะจัดสิวอุดตันเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflammatory acne) สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน จะมีลักษณะเป็นเม็ดสิวเล็กๆ เวลาเราเอามือสัมผัสหน้าจะรู้สึกว่ามีความสากหรือขรุขระบนผิวหน้า โดยอาจมีเข้มหรือบางครั้งก็มีสีขาว ทำให้มีการเรียกสิวอุดตันว่า สิวหัวดำ (blackhead) และ สิวหัวขาว (whitehead) ตามลักษณะที่ปรากฎ

ในบทความนี้เราจะแนะนำถึงสาเหตุและประเภทของสิวอุดตัน รวมถึงการรักษาสิวอุดตันโดยใช้ยาและไม่ใช้ยา
สิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ากายวิภาค (anatomy) ของต่อมขนและต่อมไขมันเป็นอย่างไร

รูขุมขน
การวิภาคของรูขุมขน (ที่มา Wikipedia)
ปกติแล้วบริเวณผิวหนังจะมี ต่อมขน (hair follicle) ซึ่งเป็นแหล่งที่กำเนิดเส้นขน และใกล้ๆกับต่อมขนก็จะมีต่อมไขมัน (sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ออกมาผ่านทางท่อต่อมไขมัน (sebaceous duct) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรูขุมขน และจะขับออกสู่ผิวหนังภายนอกต่อไป

บริเวณที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมากได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ส่วนบนของหน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเราจะสังเกตว่าสิวมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ และพบว่าต่อมไขมันที่บริเวณข้างต้นจะมีขนาดใหญ่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย

โดยทั่วไปเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีสิวเพิ่มขึ้น ก็เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเพศชายเพิ่มขึ้น แม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเกี่ยวกับเพศชายแต่เพศหญิงก็มีการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน

ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น สิวอุดตัน.